ปมที่ดินโคกตูมโยงแนวเขต 112,294 ไร่ เอกสารชี้ 89,250 ไร่ยังไม่ส่งมอบ—ลงพื้นที่ 16 หมู่บ้านเก็บข้อเท็จจริง

กำนัน–ผู้ใหญ่บ้านตำบลโคกตูมทั้ง 16 หมู่บ้านร่วมประชุมและลงพื้นที่ 8 กันยายน ตรวจข้อเท็จจริงบริเวณหาดทรายเทียม ถนนแดง อ่างซับเหล็ก และพื้นที่ติดเขตหน่วยงานทหาร ขณะที่เอกสารประกอบโครงการระบุปมพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตหวงห้ามเพื่อราชการทหาร พ.ศ. 2479 กับเขตเพื่อการประชาสงเคราะห์ พ.ศ. 2483 รวมประมาณ 112,294 ไร่ โดย 89,250 ไร่ยังอยู่ในสถานะที่กระทรวงกลาโหมไม่ได้ส่งมอบให้กรมประชาสงเคราะห์
วันที่ 8 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลโคกตูมทั้ง 16 หมู่บ้าน เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อยภายใต้ “โครงการแก้ไขปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ”
หลังการประชุมที่หอประชุมอำเภอพัฒนานิคม คณะทำงานได้ลงพื้นที่ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี เพื่อตรวจสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ หาดทรายเทียม ถนนแดง อ่างซับเหล็ก และพื้นที่หมู่บ้านที่มีเขตติดต่อกับพื้นที่ของหน่วยงานราชการทหาร
เป้าหมายของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อนำกลับไปหารือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และหาแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนในลำดับต่อไป
เอกสารเผยปมใหญ่กว่าโคกตูม—พื้นที่ทับซ้อนรวม 112,294 ไร่
ข้อมูลประกอบโครงการที่ LOPBURITODAY ได้รับ ระบุถึงสถานะที่ดินของ นิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับ ฉบับแรกคือ พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2479 ซึ่งกำหนดเขตหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร อีกฉบับคือ พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2483 ซึ่งกำหนดเขตหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการประชาสงเคราะห์
เอกสารระบุว่า พื้นที่จากกฎหมายทั้งสองชุดมีส่วน ทับซ้อนกัน 2 แปลง รวมประมาณ 112,294 ไร ประกอบด้วย แปลงประมาณ 23,044 ไร่ และ แปลงประมาณ 89,250 ไร่
นี่เป็นตัวเลขที่ช่วยอธิบายว่า ปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทรายแปลง แต่เชื่อมโยงกับแนวเขตที่ดินของรัฐขนาดใหญ่ซึ่งมีที่มาจากกฎหมายคนละฉบับในอดีต
89,250 ไร่ คือส่วนที่เอกสารระบุว่า “ยังไม่ส่งมอบ”
เอกสารใช้ข้อความว่า “พื้นที่ที่กระทรวงกลาโหมยังไม่ส่งมอบที่ดินให้กรมประชาสงเคราะห์” มีเนื้อที่ 89,250 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ 3 ตำบล
อำเภอเมืองลพบุรี
ตำบลโคกตูม หมู่ 1, 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9, 12, 13, 14, 15 และ 16 ตำบลนิคมสร้างตนเอง
หมู่ 1, 4, 5, 7, 10 และ 11
อำเภอพัฒนานิคม ตำบลดีลัง หมู่ 2, 3, 4 และ 5
จุดนี้สำคัญกับข่าววันที่ 8 กันยายนอย่างมาก เพราะแสดงว่า 13 จาก 16 หมู่บ้านของตำบลโคกตูมปรากฏอยู่ในบัญชีพื้นที่ 89,250 ไร่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่ชื่อหมู่บ้านปรากฏอยู่ในขอบเขตตามเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าที่ดินทุกแปลงหรือประชาชนทุกครัวเรือนในหมู่บ้านนั้นมีปัญหาสิทธิแบบเดียวกันทั้งหมด สถานะต้องพิจารณาจากตำแหน่งและเอกสารของแต่ละแปลงอีกครั้ง
อีก 23,044 ไร่ เอกสารระบุว่า “ส่งมอบแล้ว”
เอกสารอีกชุดระบุว่า กระทรวงกลาโหมได้ส่งมอบพื้นที่จำนวน 23,044 ไร่ ให้กรมประชาสงเคราะห์ไปดำเนินการแล้ว พื้นที่ส่วนนี้ครอบคลุม 2 อำเภอ 3 ตำบล เช่นกัน ในตำบลโคกตูม ได้แก่ หมู่ 2, 5, 10 และ 11 ตำบลนิคมสร้างตนเอง ได้แก่ หมู่ 2, 3, 6, 8 และ 9 และตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม ได้แก่ หมู่ 12 บางส่วน
ตรงนี้ทำให้เห็นว่าภายในตำบลเดียวกันอาจมี สถานะของพื้นที่แตกต่างกัน และบางหมู่บ้านอาจปรากฏในบริบทมากกว่าหนึ่งส่วน เช่น หมู่ 2 ของโคกตูม เพราะฉะนั้น การอธิบายปัญหาว่า “โคกตูมติดที่ทหารทั้งหมด” จะกว้างและคลาดเคลื่อนเกินไป
ทำไมต้องย้อนถึง พ.ศ. 2479 และ 2483?
นี่คือหัวใจทางประวัติศาสตร์ของปัญหา เอกสารประกอบระบุว่า เขตที่ดินชุดหนึ่งกำหนดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2479 เพื่อราชการทหาร ต่อมาใน พ.ศ. 2483 มีการกำหนดพื้นที่เพื่อการประชาสงเคราะห์
เมื่อแนวเขตของกฎหมายสองฉบับมีส่วนครอบคลุมพื้นที่เดียวกัน จึงเกิดสถานะที่ต้องพิจารณาว่า พื้นที่ใดถูกส่งมอบแล้ว พื้นที่ใดยังอยู่ในเขตราชการทหาร พื้นที่ใดประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ และสิทธิหรือเอกสารที่เกิดขึ้นภายหลังมีสถานะอย่างไร
นี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมการแก้ปัญหาไม่สามารถทำเพียงการลากเส้นใหม่บนแผนที่ แต่ต้องดูทั้ง ประวัติกฎหมาย การส่งมอบพื้นที่ เอกสารสิทธิ และสภาพการครอบครองจริง
วันนี้ลงพื้นที่ “หาความจริง” ก่อน ไม่ใช่ประกาศคืนที่ดิน
แม้ข้อมูลชุดใหม่จะให้ภาพของปัญหาชัดขึ้น แต่ต้องย้ำว่า การลงพื้นที่วันที่ 8 กันยายน ยังไม่ได้ทำให้สถานะทางกฎหมายของที่ดินเปลี่ยนแปลง
ยังไม่มีข้อมูลว่า มีการคืนพื้นที่ให้ประชาชนแล้ว มีการออกโฉนดแล้ว มีการปรับแนวเขตแล้ว หรือมีการยกเลิกพื้นที่ราชการทหารส่วนใดแล้ว ขั้นตอนขณะนี้คือ ศึกษาข้อมูลเดิม → รับฟังผู้นำชุมชน → ลงตรวจสภาพจริง → นำข้อมูลกลับไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น หากประชาชนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว สิ่งที่ควรติดตามคือผลจากการหารือในขั้นถัดไป มากกว่าตีความว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว
ตัวเลข 112,294 ไร่ ไม่เท่ากับจำนวนที่ดินของประชาชนที่มีปัญหา
อีกเรื่องที่ควรระวังคือการใช้ตัวเลข 112,294 ไร่ คือขนาดพื้นที่ทับซ้อนตามข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ตัวเลขว่า “ประชาชนถูกทับที่ดิน 112,294 ไร่” และ 89,250 ไร่ ก็เป็นขนาดพื้นที่ที่เอกสารระบุสถานะการส่งมอบ ไม่ใช่หลักฐานว่าพื้นที่ทั้งหมดมีประชาชนอยู่อาศัยหรือถือครองอยู่
สิ่งที่ยังต้องหาเพิ่มเติมคือ มีกี่ครัวเรือน กี่แปลง เนื้อที่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริงกี่ไร่ ซึ่งข้อมูลในเอกสารชุดนี้ยังไม่ตอบ
16 หมู่บ้าน แต่ปัญหาอาจไม่เหมือนกัน
การที่กำนัน–ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 16 หมู่บ้านเข้าร่วม ถือว่ามีความสำคัญ เพราะปัญหาแนวเขตสามารถส่งผลเชื่อมโยงหลายพื้นที่ แต่จากเอกสารเองก็เห็นแล้วว่า แต่ละหมู่บ้านไม่ได้มีสถานะเดียวกัน บางพื้นที่อยู่ในส่วนที่เอกสารระบุว่า ยังไม่ส่งมอบ บางพื้นที่อยู่ในส่วน 23,044 ไร่ที่ส่งมอบแล้ว และบางพื้นที่อาจมีสถานะทางกฎหมายหรือเอกสารสิทธิอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีก
ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงอาจต้องแยกเป็น รายกลุ่มพื้นที่และรายแปลง มากกว่าหาทางออกแบบเดียวสำหรับทั้งตำบล
คำถามใหญ่หลังลงพื้นที่ครั้งนี้
เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น คำถามที่หน่วยงานควรตอบก็ชัดขึ้นตามไปด้วย
1. จากพื้นที่ 89,250 ไร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบจริงกี่ราย?
2. ในตำบลโคกตูมมีที่ดินของประชาชนที่ต้องตรวจสอบกี่แปลงและกี่ไร่?
3. พื้นที่ที่กระทรวงกลาโหม “ยังไม่ส่งมอบ” มีเหตุผลหรือข้อจำกัดทางกฎหมายอะไร?
4. พื้นที่ 23,044 ไร่ที่ส่งมอบแล้ว ปัจจุบันกระบวนการจัดสิทธิเดินไปถึงขั้นไหน?
5. ประชาชนที่มีเอกสารหรืออยู่อาศัยมาก่อนจะได้รับการพิจารณาอย่างไร?
6. หลังลงพื้นที่วันที่ 8 กันยายน หน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพหลัก และจะประชุมครั้งต่อไปเมื่อไร?
และคำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับคนในพื้นที่คือ จะมีกรอบเวลาหรือไม่ว่าแต่ละกรณีจะได้คำตอบเมื่อไร
จากแผนที่เกือบ 90 ปีก่อน ถึงบ้านของคนวันนี้
ปมที่ดินโคกตูมสะท้อนปัญหาที่ซับซ้อนของการใช้แนวเขตที่ดินของรัฐ เส้นบนแผนที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2479 และ 2483 แต่ผลของเส้นเหล่านั้นยังสามารถส่งต่อมาถึงชีวิตของคนในปี 2569 การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการสุดท้ายไม่ใช่แค่การรู้ว่าเส้นบนแผนที่อยู่ตรงไหน
แต่คือความชัดเจนว่า บ้านและที่ทำกินของตัวเองมีสถานะอย่างไร สามารถทำอะไรกับที่ดินได้บ้างและ จะมีทางออกที่แน่นอนเมื่อไร LOPBURITODAY จะติดตามผลหลังคณะทำงานนำข้อมูลจากพื้นที่ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
แหล่งข่าว: เอกสารประกอบ “ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานะความเป็นที่ดินของรัฐ” โครงการแก้ไขปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ / ข้อมูลการประชุมและลงพื้นที่วันที่ 8 กันยายน 2569
ภาพ: กำนันธงชัย อิ่มอรชร
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




