ลพบุรีรับฝนหนักต่อ 9 ก.ย. เช็กสถานการณ์น้ำล่าสุด—เขื่อนป่าสักฯ ยังระบาย 15 ลบ.ม./วินาที

ฝนของลพบุรียังไม่จบวันที่ 8 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดช่วง 8–9 ก.ย. ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนอง 60–70% และมีฝนหนักบางแห่ง ก่อนฝนมีแนวโน้มเพิ่มอีกช่วง 10–13 ก.ย. ขณะที่ข้อมูลกรมชลประทานเช้าวันที่ 8 ก.ย. ระบุเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำ 15 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนพระรามหก 29 ลบ.ม./วินาที แต่ตัวเลขระบายเขื่อนต่ำ ไม่ได้แปลว่าลพบุรีไม่มีความเสี่ยงน้ำท่วมจากฝนที่ตกในพื้นที่
สถานการณ์ฝนของลพบุรีควรถูกมองมากกว่าแค่คำเตือนว่า “พรุ่งนี้ฝนตก” เพราะข้อมูลล่าสุดกำลังบอกเรา 2 เรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือ ลพบุรีอยู่ในช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง แต่อีกเรื่องคือ สถานการณ์ระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ณ เช้าวันที่ 8 กันยายน ยังไม่ได้อยู่ในระดับสูง จึงเกิดคำถามว่า ฝนหนักกำลังมา แล้วคนลพบุรีควรกังวลเรื่องน้ำแค่ไหน?
8 ก.ย. ลพบุรีก็มีฝนหนักแล้ว—9 ก.ย. ยังต้องเฝ้าต่อ
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุในการพยากรณ์ภาคกลางประจำวันที่ 8 กันยายนว่า มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยระบุชื่อจังหวัด นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี โดยตรง
ส่วนพยากรณ์ 7 วันระหว่างวันที่ 7–13 กันยายน ระบุว่า 8–9 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนอง 60–70% ของพื้นที่ และฝนหนักบางแห่ง 10–13 ก.ย. ฝนเพิ่มเป็น 70–80% ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่ง โดยเฉพาะช่วง 10–11 ก.ย. มีโอกาสเกิด ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ในภาคกลางด้วย
ดังนั้น หากมองเฉพาะวันที่ 9 กันยายน อาจยังไม่เห็นภาพทั้งหมด สิ่งที่คนลพบุรีควรจับตาคือ ฝนสะสมหลายวันต่อเนื่องตั้งแต่ 8 ก.ย. และแนวโน้มที่ฝนอาจเพิ่มขึ้นอีกหลังจากนั้น
แล้วน้ำในเขื่อนป่าสักฯ ตอนนี้เป็นอย่างไร?
ข้อมูลสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 8 กันยายน เวลา 07.00 น. ระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำประมาณ 449 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51% ของความจุเก็บกัก เพิ่มจากวันที่ 7 กันยายน ซึ่งรายงานไว้ที่ประมาณ 440 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 50%
ในภาพรวม 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำรวมประมาณ 15,800 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 64% และยังรองรับน้ำเพิ่มได้อีกกว่า 8,900 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามข้อมูลสถานการณ์วันที่ 8 กันยายน
ส่วนรายงานกรมชลประทานเช้าวันเดียวกันระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบายน้ำ 15 ลบ.ม./วินาที เท่ากับวันก่อนหน้า ขณะที่ เขื่อนพระรามหก ระบายน้ำประมาณ 29 ลบ.ม./วินาที ตัวเลขเหล่านี้จึงยังไม่ใช่ภาพของการเร่งระบายน้ำปริมาณสูงจากเขื่อนป่าสักฯ ในเวลานี้
15 ลบ.ม./วินาที แปลว่า “ไม่ต้องกังวลน้ำท่วม” หรือไม่?
ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ นี่เป็นจุดที่สำคัญที่สุดของข่าวนี้ เพราะ “น้ำท่วมในลพบุรี” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพียงตัวเดียว ฝนที่ตกลงมาในพื้นที่โดยตรงสามารถทำให้เกิดปัญหาได้จากหลายปัจจัย เช่น น้ำระบายออกจากพื้นที่ไม่ทัน พื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำสะสม คลองหรือทางน้ำมีสิ่งกีดขวาง ฝนตกหนักซ้ำในจุดเดิมหลายชั่วโมง หรือมีน้ำไหลมาจากพื้นที่สูงและลำน้ำสาขา
กรมอุตุนิยมวิทยาเองเตือนให้ระวังผลจาก ฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มและบริเวณใกล้ทางน้ำ ดังนั้น “เขื่อนระบายน้ำน้อย” ไม่เท่ากับ “ไม่มีความเสี่ยงน้ำท่วม”
แต่หมายความว่า ณ เวลาที่รายงาน แรงกดดันจากการปล่อยน้ำของเขื่อนป่าสักฯ ยังไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มน้ำท้ายน้ำในระดับสูง สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนและฝนที่ตกในลุ่มน้ำหลังวันที่ 8 กันยายน
น้ำเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นหรือยัง?
จากสถานการณ์ที่รายงานต่อเนื่อง ปริมาณน้ำในป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มจากประมาณ 430 ล้าน ลบ.ม. หรือ 49% วันที่ 6 ก.ย. เป็น 440 ล้าน ลบ.ม. หรือ 50% วันที่ 7 ก.ย. และประมาณ 449 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51% วันที่ 8 ก.ย.
เท่ากับปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นประมาณ 19 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในสองวัน ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ภาวะอ่างเต็ม แต่ช่วยให้เห็นว่า น้ำกำลังเพิ่มเข้าสู่ระบบ ในช่วงเดียวกับที่การพยากรณ์ฝนยังมีแนวโน้มต่อเนื่อง จึงควรจับตาการอัปเดตวันที่ 9–11 กันยายนมากกว่าดูตัวเลขของวันเดียวแล้วสรุปสถานการณ์
แล้วเขื่อนพระรามหกเกี่ยวอะไรกับลพบุรี?
ตัวเลขของเขื่อนพระรามหกช่วยให้เห็นสถานการณ์น้ำ ด้านล่างของระบบแม่น้ำป่าสัก ประกอบกับข้อมูลการปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ดังนั้นการดูสถานการณ์น้ำลพบุรีจึงควรดูอย่างน้อย 3 อย่างพร้อมกัน คือ ฝนในพื้นที่ลพบุรี น้ำเข้า–น้ำออกเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และ สถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักและจุดควบคุมน้ำด้านท้ายน้ำ ไม่ควรใช้ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียวตัดสินว่า “น้ำมา” หรือ “น้ำไม่มา”
9–11 ก.ย. ต่างหากที่ควรจับตา
กรมชลประทานระบุเมื่อเย็นวันที่ 8 กันยายนว่า ได้สั่งติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ระบายน้ำ เนื่องจากมีฝนหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 23,673 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับภาคกลาง กรมอุตุนิยมวิทยายังประเมินว่า หลังวันที่ 9 กันยายน ฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และ 10–11 กันยายนมีโอกาสฝนหนักมากบางพื้นที่ เพราะฉะนั้น ถ้าจะถามว่า “วันนี้เขื่อนป่าสักฯ น่าห่วงไหม?”
จากตัวเลขวันที่ 8 กันยายน ยังไม่เห็นภาวะเร่งระบายในระดับสูง และตัวอ่างมีน้ำประมาณครึ่งหนึ่งของความจุ แต่ถ้าถามว่า “คนลพบุรีเลิกเฝ้าระวังน้ำได้หรือยัง?” คำตอบคือ ยัง เพราะฝนที่กำลังตกและฝนสะสมในพื้นที่ เป็นความเสี่ยงคนละส่วนกับน้ำที่เขื่อนปล่อยออกมา
คนลพบุรีควรดูอะไรใน 48–72 ชั่วโมงนี้?
สิ่งที่ LOPBURITODAY จะจับตาต่อคือ
1. ฝนตกจริงในลพบุรีกี่มิลลิเมตร และตกหนักในอำเภอใด เพราะคำว่า “ฝนหนักบางแห่ง” ไม่ได้หมายความว่าทั้งจังหวัดจะได้รับฝนเท่ากัน
2. ปริมาณน้ำเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ถ้าฝนในพื้นที่เหนือเขื่อนสูงต่อเนื่อง ตัวเลขน้ำไหลเข้าอ่างอาจเปลี่ยนเร็ว
3. อัตราการระบายจาก 15 ลบ.ม./วินาทีเปลี่ยนหรือไม่ หากกรมชลประทานปรับเพิ่ม จะต้องดูทั้งขนาดการเพิ่มและผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
4. จุดน้ำท่วมขังในเมืองและพื้นที่ลุ่ม เพราะปัญหาน้ำจากฝนในพื้นที่สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนที่จะเกี่ยวข้องกับน้ำจากเขื่อน
และ 5. ประกาศเตือนเฉพาะพื้นที่ หากมีการระบุอำเภอ ตำบล หรือลุ่มน้ำเสี่ยงเพิ่มเติม ประชาชนในพื้นที่นั้นควรให้ความสำคัญมากกว่าการดูคำพยากรณ์ระดับจังหวัดเพียงอย่างเดียว
สรุปสถานการณ์ ณ 8 ก.ย. 2569
ฝน: ลพบุรีมีฝนหนักบางแห่งตั้งแต่ 8 ก.ย. และ 9 ก.ย. ยังอยู่ในช่วงฝน 60–70% ของภาคกลาง ก่อนฝนมีแนวโน้มเพิ่มอีกช่วง 10–13 ก.ย. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์: น้ำประมาณ 449 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51% การระบายเขื่อนป่าสักฯ: 15 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระรามหก: ประมาณ 29 ลบ.ม./วินาที ดังนั้นภาพรวม ณ ตอนนี้คือ
“ฝนต้องเฝ้าระวัง แต่ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เขื่อนป่าสักฯ กำลังเร่งระบายน้ำในระดับสูง” อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สามารถเปลี่ยนได้ตามปริมาณฝนและน้ำไหลเข้าอ่างในวันต่อ ๆ ไป
LOPBURITODAY จะติดตามตัวเลขฝน น้ำเข้าอ่าง และการระบายของเขื่อนต่อเนื่อง เพื่อแยกให้ชัดว่า น้ำที่คนลพบุรีเห็นหรือได้รับผลกระทบ มาจากฝนในพื้นที่หรือน้ำจากระบบเขื่อน
แหล่งข่าว: กรมอุตุนิยมวิทยา / กรมชลประทาน / สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




