เอลนีโญแรงกว่าที่ประเมินไว้? WMO เตือนอาจขึ้นระดับ “Very Strong” ยาวถึงต้นปี 2570 แล้วลพบุรีต้องกังวลอะไร

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกปรับภาพเอลนีโญปี 2569 แรงขึ้น จากช่วงกลางปีที่ยังประเมินว่าอย่างน้อยระดับปานกลางและมีโอกาสเป็นระดับแรง ล่าสุดคาดว่าจะพัฒนาเป็น “Very Strong El Niño” และมีโอกาสเกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 สำหรับลพบุรี ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าฝนจะหยุดทันที แต่คือความเสี่ยงฝนน้อย–ฝนทิ้งช่วงและน้ำต้นทุนในฤดูแล้งหลังจากนี้
ขณะที่ลพบุรีกำลังอยู่ท่ามกลางคำเตือนเรื่องฝนตกหนักในช่วงวันที่ 8–9 กันยายน อีกด้านหนึ่งของระบบภูมิอากาศโลกกำลังส่งสัญญาณที่ต้องจับตาระยะยาว
วันที่ 3 กันยายน 2569 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) ประกาศว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) ได้ก่อตัวอย่างชัดเจนแล้ว และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
WMO ประเมินว่าเอลนีโญรอบนี้มีแนวโน้มเข้าสู่ระดับ “Very Strong” ก่อนถึงจุดสูงสุดช่วงปลายปี และมีโอกาส เกือบ 100% ที่จะคงอยู่ตลอดช่วงเดือนกันยายน–พฤศจิกายน 2569 ต่อเนื่องไปถึง ธันวาคม 2569–กุมภาพันธ์ 2570
จาก “อาจแรง” กลายเป็น “Very Strong”
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจคือ การประเมินของ WMO เปลี่ยนไปจากช่วงต้นฤดูอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 WMO ยังประเมินว่า มีโอกาสประมาณ 80% ที่เอลนีโญจะเกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน–สิงหาคม และเพิ่มเป็นประมาณ 90% ในช่วงต่อมา
ตอนนั้น แบบจำลองส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเอลนีโญน่าจะมีความรุนแรง อย่างน้อยระดับปานกลาง และมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นระดับแรง แต่การอัปเดตล่าสุดต้นเดือนกันยายน ภาพเปลี่ยนไปเป็น El Niño ตั้งตัวชัดเจนแล้ว → คาดว่าจะ แรงขึ้นอีก → มีแนวโน้มเข้าสู่ระดับ Very Strong → และอาจส่งผลต่อรูปแบบฝนและอุณหภูมิต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2570
ดังนั้น คำว่า “แรงกว่าที่คิด” ใช้เป็นมุมข่าวได้ แต่ควรอธิบายให้ชัดว่า หมายถึง การคาดการณ์ล่าสุดแรงกว่าภาพประเมินที่มีในช่วงต้นฤดู ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบจะรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในทุกประเทศหรือทุกพื้นที่
ตัวเลขล่าสุดแรงแค่ไหน?
แบบจำลองหลายระบบของ WMO คาดว่า ค่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณ Niño 3.4 ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับติดตามเอลนีโญ จะมีค่าความผิดปกติเฉลี่ยประมาณ +3.6°C ในช่วงกันยายน–พฤศจิกายน 2569
และแนวโน้มการทวีความรุนแรงอาจขึ้นไปถึงจุดสูงสุดประมาณเดือน พฤศจิกายน–ธันวาคม ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิในประเทศไทยจะสูงขึ้น 3.6 องศา แต่หมายถึง อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณที่ใช้ติดตามเอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าปกติอย่างมาก
ความร้อนในมหาสมุทรบริเวณนี้สามารถเปลี่ยนรูปแบบการไหลเวียนของบรรยากาศ และส่งผลต่อฝน อุณหภูมิ ภัยแล้ง และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของโลก
แล้วทำไมตอนนี้ลพบุรียังฝนหนัก?
นี่น่าจะเป็นคำถามสำคัญที่สุดสำหรับคนลพบุรี เพราะวันที่ 8–9 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยากำลังเตือนฝนตกหนักในประเทศไทย และลพบุรีเองก็อยู่ในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง เอลนีโญไม่ได้หมายความว่า “ฝนจะไม่ตก” และไม่ได้หมายความว่าเมื่อเข้าสู่เอลนีโญแล้ว ฝนหนักหรือน้ำท่วมจะเกิดไม่ได้
วันที่ 8 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยายังออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากจาก ร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นระบบอากาศที่กำลังมีผลโดยตรงต่อประเทศไทยในช่วงนี้ ดังนั้นสองเรื่องสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ระยะสั้น: ลพบุรีสามารถมีฝนหนักจากร่องมรสุม ระยะหลายเดือน: ภาพรวมฤดูกาลภายใต้อิทธิพลเอลนีโญสามารถมีฝนน้อยกว่าค่าปกติ ฝนทิ้งช่วงมากขึ้น และอุณหภูมิสูงขึ้นได้ นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรใช้ข่าวฝนหนักในวันนี้ไปสรุปว่า “เอลนีโญไม่มาแล้ว”
กรมอุตุฯ ไทยมองอย่างไร?
กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยติดตาม ENSO อย่างต่อเนื่อง และมีรายงานล่าสุดประจำเดือนสิงหาคม 2569 แล้ว ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาเคยประเมินว่า การเข้าสู่เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปีอาจทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้ม ฝนน้อยกว่าค่าปกติ และ อุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย
แต่กรมอุตุฯ ย้ำเช่นกันว่า แม้ปริมาณฝนโดยรวมอาจลดลง ประเทศไทยก็ยังสามารถเกิด ฝนตกหนักเป็นช่วง ๆ จากมรสุมหรือหย่อมความกดอากาศต่ำได้ จึงตรงกับภาพที่เราเห็นในลพบุรีตอนนี้พอดี “ฝนตกหนักวันนี้” ไม่ได้ขัดกับ “เสี่ยงฝนน้อยในระยะยาว”
สิ่งที่ลพบุรีควรมอง ไม่ใช่แค่ “ร้อนขึ้น”
สำหรับลพบุรี ผลที่ควรจับตามากเป็นพิเศษอาจไม่ใช่อุณหภูมิอย่างเดียว แต่คือ น้ำ เพราะลพบุรีมีทั้งพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ ชุมชนที่พึ่งพาแหล่งน้ำ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำสำคัญของภาคกลาง
กรมชลประทานระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า หากประเทศไทยเผชิญเอลนีโญต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่ ฤดูฝนอาจสิ้นสุดเร็วกว่าปกติ ช่วงฝนทิ้งช่วงอาจยาวขึ้น และ ปริมาณฝนโดยรวมอาจต่ำกว่าค่าปกติ จึงสั่งให้โครงการชลประทานเร่งเก็บกักน้ำและบริหารน้ำต้นทุนเพื่อเตรียมรับฤดูแล้ง ตรงนี้เชื่อมกับข่าวสถานการณ์เขื่อนป่าสักฯ ที่ LOPBURITODAY กำลังติดตามอยู่โดยตรง
วันนี้เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำครึ่งอ่าง แล้วต้องกังวลไหม?
จากข้อมูลวันที่ 8 กันยายนที่เราติดตามก่อนหน้านี้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำประมาณ 51% ของความจุเก็บกัก และยังระบายน้ำอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ในระยะสั้น นี่ทำให้ยังมีพื้นที่สำหรับรับน้ำฝนเพิ่ม
แต่หากมองในมุมเอลนีโญ คำถามจะเปลี่ยนจาก “เขื่อนรับน้ำไหวไหม?” เป็น “ก่อนจบฤดูฝน เราจะเก็บน้ำได้มากพอสำหรับฤดูแล้งหรือไม่?”
และนั่นอาจเป็นโจทย์สำคัญกว่าสำหรับช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 เพราะถ้าฝนหมดเร็วกว่าปกติ น้ำที่มีอยู่ในอ่างช่วงสิ้นฤดูฝนจะกลายเป็นต้นทุนหลักสำหรับ น้ำประปา การเกษตร ระบบนิเวศ และการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง
“Very Strong El Niño” ไม่เท่ากับ “ลพบุรีจะแล้งหนักแน่นอน”
ตรงนี้ต้องระวังมากครับ แม้ WMO จะคาดการณ์ว่าเอลนีโญระดับโลกจะรุนแรงมาก แต่ ไม่สามารถแปลตรง ๆ ว่าแต่ละจังหวัดจะได้รับผลกระทบในระดับเดียวกัน
WMO เองระบุว่า ผลของเอลนีโญสามารถถูกเสริม ลดทอน หรือเปลี่ยนรูปแบบได้จากปัจจัยภูมิอากาศอื่น เช่น Indian Ocean Dipole หรือ IOD
และ WMO แนะนำให้ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาระดับประเทศและระดับภูมิภาคประกอบในการประเมินผลกระทบเฉพาะพื้นที่ ดังนั้น ณ วันนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะพาดหัวว่า “ลพบุรีเตรียมเจอภัยแล้งรุนแรง” ข้อมูลที่เราพูดได้คือ ความเสี่ยงระยะยาวกำลังเพิ่มขึ้น และควรติดตามน้ำต้นทุนกับฝนหลังจากนี้อย่างใกล้ชิด
4 ตัวเลขที่ LOPBURITODAY ควรตามต่อ
ถ้าจะรู้ว่าเอลนีโญกำลังกระทบลพบุรีจริงแค่ไหน เราไม่ควรติดตามเฉพาะคำว่า El Niño แต่ควรดูพร้อมกันอย่างน้อย 4 อย่าง ปริมาณฝนสะสมลพบุรี เทียบกับค่าปกติและปีที่ผ่านมา
น้ำเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยเฉพาะก่อนสิ้นสุดฤดูฝนปริมาณน้ำในเขื่อนเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง และ แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 หากตัวเลขเหล่านี้เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกัน เราจะเริ่มเห็นผลกระทบของเอลนีโญต่อลพบุรีได้ชัดกว่าการใช้คำเตือนระดับโลกเพียงคำเดียว
จาก “ระวังน้ำมาก” วันนี้ อาจต้องคิดถึง “เก็บน้ำไว้พรุ่งนี้”
นี่คือภาพที่ดูย้อนแย้งแต่สำคัญมากสำหรับลพบุรีในเดือนกันยายน วันนี้เราอาจกำลังเฝ้าระวัง ฝนหนัก น้ำท่วมขัง และน้ำเข้าเขื่อน แต่ในเวลาเดียวกัน หน่วยงานบริหารน้ำต้องพยายาม เก็บน้ำให้มากพอก่อนฤดูฝนจบ
เพราะเอลนีโญที่กำลังแรงขึ้นอาจทำให้โจทย์ในอีกไม่กี่เดือนเปลี่ยนจาก “จะระบายน้ำอย่างไร” เป็น “จะมีน้ำพอใช้หรือไม่”
นี่จึงเป็นเรื่องที่ LOPBURITODAY คิดว่าควรติดตามต่อจากนี้ ไม่ใช่เฉพาะเมื่อคำว่า “ภัยแล้ง” กลายเป็นข่าวแล้ว
แหล่งข่าว: World Meteorological Organization (WMO) / กรมอุตุนิยมวิทยา / กรมชลประทาน
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




