ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันเสาร์, 7 พฤศจิกายน 2026
☁️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
7 พ.ย. 256920:26ลพบุรีสร้างขยะวันละ 692 ตัน — แต่มีของเก่าค้าง 2.56 แสนตัน มากกว่าขยะใหม่ทั้งปี แล้วมันไปอยู่ที่ไหน?7 พ.ย. 256920:25ฝนน้อย ผักเริ่มถูกลง — ตลาดเมืองลพบุรี “ขึ้นฉ่าย” ลด 20 บาท/กก. ผักบุ้งจีนลด 10 บาท7 พ.ย. 256920:23น้ำท่วม–คลื่นร้อน–ฝุ่น เมืองจะรับมืออย่างไร? ลพบุรีเปิดโจทย์ “City in Nature” แต่แผนจริงต้องไปไกลกว่างานสัมมนา6 พ.ย. 256922:18ป้ายหายจนต้อง “ติดแท็ก” — ทล.21 ลพบุรีใช้ Smart Tag แกะรอย ตามเจอของกลาง 24 ชุด6 พ.ย. 256922:15จาก “ชัยบาดาล” ถึงศูนย์ดวงตา — ภารกิจส่งต่อการมองเห็น ที่ทุกนาทีมีความหมาย6 พ.ย. 256922:14ค่าไฟ 6,000 เหลือ 1,500 บาท — บ้านต้นแบบลำสนธิลด 75% แต่โซลาร์ “คุ้มไหม” ต้องดูมากกว่าบิลเดียว5 พ.ย. 256922:50จากกี่ทอผ้าในบ้าน สู่รายได้ชุมชน — “บ้านพวน” รักษามัดหมี่ไทยพวน แต่โจทย์ต่อไปคือใครจะทอต่อ?5 พ.ย. 256922:492 จุดแรก 530 คน ประหยัด 73,670 บาท — “ไทยช่วยไทย” ลพบุรีเดินหน้าขายสินค้าต่ำกว่าตลาด 20–40%5 พ.ย. 256922:47เกี่ยวข้าววันนี้ แต่เป้าหมายคือ “ชีวิตหลังศูนย์ฝึก” — เปิดหลักสูตร 48 สัปดาห์ของเยาวชนลพบุรี4 พ.ย. 256921:028,000 ดอกก่อน 20 พ.ย. — หน่วยรบพิเศษลพบุรีร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ส่งต่อสู่พิธี 16 ธ.ค.
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

น้ำท่วม–คลื่นร้อน–ฝุ่น เมืองจะรับมืออย่างไร? ลพบุรีเปิดโจทย์ “City in Nature” แต่แผนจริงต้องไปไกลกว่างานสัมมนา

6 พ.ย. 2569👁 อ่าน 4 ครั้ง
SHARE f LINE

ลพบุรีเปิดเวทีวันผังเมืองโลก ชูแนวคิด “City in Nature for Climate Change” วางเมืองให้เติบโตควบคู่ธรรมชาติ ขณะที่งานวิจัย GIS กรณีบ้านไผ่ขวาง ต.เขาพระงาม พบพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเสี่ยงน้ำท่วมสูงถึงสูงมาก ประชาชนมีความรู้เรื่องภัยสูง แต่การมีส่วนร่วมยังอยู่ระดับปานกลาง — คำถามต่อไปคือข้อมูลจากห้องประชุมจะถูกแปลงเป็นผัง โครงการ งบประมาณ และจุดแก้ปัญหาจริงตรงไหนบ้าง

ถ้ารู้ว่าพื้นที่หนึ่งน้ำท่วมซ้ำ คำถามของผังเมืองไม่ควรหยุดที่ “น้ำมาจากไหน?” แต่ต้องถามต่อว่า “เรายังควรสร้างอะไรตรงนั้น?” “พื้นที่ไหนควรเก็บน้ำ?” “พื้นที่สีเขียวควรอยู่ตรงไหน?” และ “ถ้าฝนตกหนักขึ้น เมืองจะระบายน้ำไปทางไหน?”

นี่คือโจทย์ที่จังหวัดลพบุรีหยิบขึ้นมาพูดในงานสัมมนาเนื่องในวันผังเมืองโลก เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ภายใต้แนวคิด “City In Nature for Climate Change : ธรรมชาติในเมืองจังหวัดลพบุรี รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” มีผู้แทนจากภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และประชาชนเข้าร่วมมากกว่า 120 คน.

ผังเมืองวันนี้ ไม่ได้มีแค่ “สีอะไรสร้างอะไรได้”

ภาพจำของคำว่า “ผังเมือง” มักอยู่ที่แผนที่หลายสี ว่าตรงไหนสร้างบ้านได้ ตรงไหนทำโรงงานได้ ตรงไหนเป็นเกษตรกรรม แต่โจทย์ของเมืองในวันที่สภาพอากาศผันผวนมากขึ้น กว้างกว่านั้น จังหวัดยกความเสี่ยงตั้งแต่ น้ำท่วม ฝุ่นควัน คลื่นความร้อน พายุ ไปจนถึง ดินถล่ม ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนพื้นที่.

แปลว่าเวลาอนุญาตให้เมืองขยาย คำถามไม่ควรมีเพียง “ตรงนี้พัฒนาได้หรือไม่?” แต่ต้องเพิ่มว่า “พัฒนาแล้ว เมืองจะรับภัยที่มากับสภาพอากาศใหม่ได้หรือเปล่า?”

“บ้านไผ่ขวาง” คือ Case Study ที่จับต้องได้

หนึ่งในหัวข้อบรรยายที่น่าสนใจที่สุดของงานนี้คือ “GIS กับการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม บ้านไผ่ขวาง จังหวัดลพบุรี” โดย ผศ.ดร.ขวัญชัย ชัยอุดม และเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียง Presentation ในห้องประชุม เพราะมีงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ศึกษาพื้นที่ ชุมชนบ้านไผ่ขวาง ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี โดยตรง.

งานวิจัยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะ ราบลุ่มต่ำ มีการขยายตัวของชุมชน และได้รับผลจากความแปรปรวนของฝน ทำให้เผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำและกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่.

GIS ไม่ได้มีไว้ทำ “แผนที่สวย”

งานศึกษานำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ GIS มาใช้วิเคราะห์ปัจจัยด้านกายภาพและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผลพบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลเขาพระงาม โดยเฉพาะชุมชนไผ่ขาง อยู่ในระดับเสี่ยงน้ำท่วมสูงและสูงมาก.

คุณค่าของข้อมูลแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่การบอกหลังเกิดเหตุว่า “ตรงนี้น้ำท่วม” แต่อยู่ที่การรู้ ก่อน ว่า ตรงไหนเสี่ยงกว่า ตรงไหนควรลดการพัฒนาตรงไหนต้องเพิ่มระบบระบายน้ำ ตรงไหนสามารถเป็นพื้นที่รับน้ำ และเส้นทางใดควรเตรียมไว้สำหรับการเข้าถึงเมื่อเกิดเหตุ นี่คือจุดที่ GIS สามารถเข้าไปเชื่อมกับ “ผังเมือง” ได้จริง

งานวิจัยถามคนในพื้นที่ 167 คนด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ งานวิจัยไม่ได้ดูเฉพาะแผนที่จากคอมพิวเตอร์ แต่ใช้แบบสอบถามกับประชาชนจำนวน 167 ชุด รวมถึงกระบวนการสนทนากลุ่มกับชุมชน. ผลพบว่า ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องน้ำท่วมอยู่ในระดับสูง แต่ระดับการมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาโดยรวมอยู่เพียง ระดับปานกลาง โดยคนในพื้นที่มีส่วนร่วมกับการระบุปัญหา การวางแผน และประเมินผล มากกว่าการลงมือปฏิบัติจริง.

นี่คืออีกโจทย์ของคำว่า “เมืองที่รับมือภัยได้” เพราะมีแผนที่ดีอย่างเดียวไม่พอ คนที่อยู่ในพื้นที่ต้องรู้ด้วยว่าเมื่อเกิดเหตุ ใครทำอะไร ไปที่ไหน เส้นทางใดปลอดภัย และชุมชนสามารถช่วยจัดการอะไรได้เองก่อนความช่วยเหลือมาถึง

“ธรรมชาติในเมือง” ต้องแปลออกมาเป็นอะไร?

ชื่อแนวคิดของลพบุรีคือ City in Nature แต่สำหรับประชาชน คำนี้ควรลงมาเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ เช่นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ซึมน้ำ คลองและทางน้ำที่ไม่ถูกปิดกั้น พื้นที่รับน้ำ ต้นไม้ให้ร่มเงาในเขตเมือง สวนสาธารณะที่ช่วยลดความร้อน และการควบคุมอาคารหรือการใช้ที่ดินในพื้นที่เสี่ยง มากกว่าจะหมายถึงเพียง “ปลูกต้นไม้เพิ่ม” เพราะการรับมือ Climate Change ในระดับเมืองต้องเชื่อม ธรรมชาติ + โครงสร้างพื้นฐาน + กฎหมายผังเมือง + ข้อมูลความเสี่ยง เข้าด้วยกัน

“Design for Disaster” คือออกแบบเมืองโดยคิดถึงวันที่เกิดภัยด้วย

อีกหัวข้อหนึ่งในงานคือ “Design for Disaster : การออกแบบเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ” โดย รศ.ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

แนวคิดสำคัญที่ควรเอามาใช้กับลพบุรีคือ การออกแบบไม่ควรคิดเฉพาะวันที่ทุกอย่างทำงานเป็นปกติ แต่ต้องถามด้วยว่า เมื่อเกิดน้ำท่วม ไฟดับ ถนนถูกตัด ความร้อนสูง หรือมีประชาชนต้องอพยพจำนวนมาก เมืองยังใช้งานได้หรือไม่ ตัวอย่างง่ายที่สุดคือ ถนนเส้นเดียวที่เป็นทั้งทางสัญจรปกติและเส้นทางอพยพ ถ้าถนนเส้นนั้นอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมก่อนจุดอื่น ปัญหานั้นคือเรื่องของ “การออกแบบเมือง” เช่นกัน

วันผังเมืองโลกจริง ๆ คือ 8 พฤศจิกายน

งานในลพบุรีจัดวันที่ 6 พฤศจิกายน แต่ World Town Planning Day กำหนดตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายนของทุกปี เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1949 เพื่อส่งเสริมบทบาทของการวางผังในการสร้างเมืองและชุมชนที่ดีขึ้น.

ปี 2569 ถือเป็นการจัดครบรอบครั้งที่ 77 และหลายองค์กรจัดกิจกรรมก่อนหรือรอบวันที่ 8 พฤศจิกายน รวมถึงการประชุมออนไลน์ระดับนานาชาติที่จัดในวันที่ 6 พฤศจิกายนเช่นกัน.

แต่ตอนนี้เรายังเห็น “แนวคิด” มากกว่า “แผนปฏิบัติ”

นี่คือจุดที่ LOPBURITODAY อยากจับตาต่อ ข่าวของจังหวัดระบุว่า ข้อมูลและแนวคิดจากการสัมมนาจะถูกนำไปใช้วางแนวทางด้านผังเมืองและการบริหารพื้นที่ของจังหวัดต่อไป.

แต่ยังไม่ได้ระบุว่า จะนำข้อเสนอใดไปทำก่อน พื้นที่ไหนเป็น Priority Area ใช้งบประมาณเท่าไร หน่วยงานใดรับผิดชอบ เริ่มปีไหน หรือ มีตัวชี้วัดอะไรบ้าง

ดังนั้นคำว่า “เตรียมลพบุรีรับ Climate Change” ณ วันนี้ยังอยู่ในระดับการกำหนดทิศทาง ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

ถ้าบ้านไผ่ขวางเสี่ยงสูง แล้วขั้นต่อไปคืออะไร?

เมื่อมีงานวิจัยระบุพื้นที่เสี่ยงสูงและสูงมากแล้ว ข่าวชิ้นต่อไปควรถามให้ถึงการนำข้อมูลไปใช้จริง เช่น พื้นที่เสี่ยงตรงกับหมู่บ้านหรือถนนใด มีบ้านเรือนอยู่กี่หลัง มีพื้นที่พัฒนาใหม่หรือโครงการจัดสรรอยู่ในโซนเสี่ยงหรือไม่ ระบบระบายน้ำต้องปรับตรงไหน มีพื้นที่รับน้ำเพียงพอหรือไม่ และ อปท.จะนำแผน GIS ไปใช้กับการอนุญาตก่อสร้างหรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร

เพราะถ้าเรารู้แล้วว่า “จุดนี้เสี่ยง” แต่ยังพัฒนาเหมือนพื้นที่ปกติ แผนที่ความเสี่ยงก็จะเหลือเพียงภาพบนจอ

เรื่อง “ร้อน” ก็ไม่ควรหายไปหลังจากพูดแต่น้ำท่วม

ลพบุรีไม่ได้มีเพียงภัยน้ำ แนวคิด City in Nature ยังเชื่อมกับปัญหา Urban Heat หรือความร้อนสะสมในเขตเมืองได้ด้วย ต้นไม้ใหญ่ ร่มเงา พื้นผิวที่น้ำซึมผ่านได้ พื้นที่เปิด และการออกแบบอาคาร ล้วนมีผลต่ออุณหภูมิที่คนสัมผัสจริง ดังนั้นถ้าจังหวัดจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ

หนึ่งในข้อมูลที่น่าทำมากคือ แผนที่ความร้อนของเมืองลพบุรี เพื่อดูว่า พื้นที่ไหนร้อนที่สุด พื้นที่สีเขียวอยู่ตรงไหน และโรงเรียน ตลาด ชุมชนผู้สูงอายุ หรือพื้นที่คนเดินเท้าอยู่ในจุดเสี่ยงหรือไม่

“City in Nature” จะวัดสำเร็จด้วยอะไร?

คำว่าเมืองยั่งยืนฟังดี แต่ควรมีตัวเลขวัดผลด้วย LOPBURITODAY อยากเห็นตัวชี้วัดในอนาคต เช่น พื้นที่น้ำท่วมซ้ำลดลงเท่าไร ระยะเวลาน้ำขังสั้นลงหรือไม่ พื้นที่สีเขียวต่อประชากรเพิ่มขึ้นไหม พื้นที่รับน้ำเพิ่มกี่ไร่ ต้นไม้ใหญ่ในเมืองเพิ่มหรือลด อุณหภูมิในจุดร้อนลดลงหรือไม่ และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเข้าถึงแผนที่ภัยได้ง่ายแค่ไหน เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการจากผังเมือง ไม่ใช่เพียง “เมืองถูกวางแผนแล้ว” แต่คือ “อยู่แล้วปลอดภัยขึ้นหรือยัง”

แหล่งข้อมูล: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / งานวิจัยเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบ้านไผ่ขวาง / Royal Town Planning Institute / American Planning Association
เรียบเรียง: LOPBURITODAY