ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันศุกร์, 6 พฤศจิกายน 2026
☁️
27°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
6 พ.ย. 256922:18ป้ายหายจนต้อง “ติดแท็ก” — ทล.21 ลพบุรีใช้ Smart Tag แกะรอย ตามเจอของกลาง 24 ชุด6 พ.ย. 256922:15จาก “ชัยบาดาล” ถึงศูนย์ดวงตา — ภารกิจส่งต่อการมองเห็น ที่ทุกนาทีมีความหมาย6 พ.ย. 256922:14ค่าไฟ 6,000 เหลือ 1,500 บาท — บ้านต้นแบบลำสนธิลด 75% แต่โซลาร์ “คุ้มไหม” ต้องดูมากกว่าบิลเดียว5 พ.ย. 256922:50จากกี่ทอผ้าในบ้าน สู่รายได้ชุมชน — “บ้านพวน” รักษามัดหมี่ไทยพวน แต่โจทย์ต่อไปคือใครจะทอต่อ?5 พ.ย. 256922:492 จุดแรก 530 คน ประหยัด 73,670 บาท — “ไทยช่วยไทย” ลพบุรีเดินหน้าขายสินค้าต่ำกว่าตลาด 20–40%5 พ.ย. 256922:47เกี่ยวข้าววันนี้ แต่เป้าหมายคือ “ชีวิตหลังศูนย์ฝึก” — เปิดหลักสูตร 48 สัปดาห์ของเยาวชนลพบุรี4 พ.ย. 256921:028,000 ดอกก่อน 20 พ.ย. — หน่วยรบพิเศษลพบุรีร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ส่งต่อสู่พิธี 16 ธ.ค.4 พ.ย. 256920:59“ห้วยซับเหล็ก” จะเปลี่ยนอย่างไร? ลพบุรีเปิด 4 แนวทาง แก้ที่ดิน–จัดน้ำ–วางผังท่องเที่ยว3 พ.ย. 256922:51ไม่ต้องรอภัยมาแล้วค่อยหา — ปภ.ชวนทุกบ้านจัด “กระเป๋า 72 ชั่วโมง” แต่ 3 วันต้องเตรียมอะไรจริง ๆ?3 พ.ย. 256921:26เด็ก ป.6 อนุบาลลพบุรี คว้า “เหรียญเงินวิทยาศาสตร์” รอบประเทศ ในเส้นทางคัดเลือก IMSO
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

ป้ายหายจนต้อง “ติดแท็ก” — ทล.21 ลพบุรีใช้ Smart Tag แกะรอย ตามเจอของกลาง 24 ชุด

5 พ.ย. 2569👁 อ่าน 0 ครั้ง
SHARE f LINE

หลังป้ายจราจรช่วงแยกมะนาวหวาน–ม่วงค่อมหาย 8 ชุดในเวลาเพียง 2 วัน แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 ทดลองใช้ Smart Tag กับทรัพย์สินในพื้นที่เสี่ยง ก่อนข้อมูลการเคลื่อนย้ายพาเจ้าหน้าที่ตามไปถึงพัฒนานิคม และจากการติดตามรวม 3 ครั้งพบป้ายจราจรที่ถูกโจรกรรมรวม 24 ชุด ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน — คำถามต่อไปจึงไม่ใช่แค่ “ตามของคืนได้ไหม” แต่คือจะหยุดวงจรขโมยทรัพย์สินริมทางได้อย่างไร

เคยสงสัยไหมว่า ป้ายจราจรที่ตั้งอยู่ริมถนน ถ้าวันหนึ่งถูกถอดหายไป เจ้าหน้าที่จะรู้ได้อย่างไรว่ามันถูกเอาไปไว้ที่ไหน? บนทางหลวงหมายเลข 21 จังหวัดลพบุรี คำตอบล่าสุดคือ “ติด Smart Tag”

กรมทางหลวงเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่า แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์) นำอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง Smart Tag มาประยุกต์ใช้กับทรัพย์สินริมทาง หลังพบการโจรกรรมป้ายจราจรและเสาป้ายต่อเนื่อง ผลคือ จากการติดตามรวม 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตรวจพบทรัพย์สินประเภทป้ายจราจรที่ถูกโจรกรรมรวม 24 ชุด.

จุดเริ่มต้น — ป้ายหาย 8 ชุดใน 2 วัน

เหตุที่ทำให้แขวงทางหลวงเริ่มหาวิธีใหม่ เกิดขึ้นช่วงวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ป้ายจราจรบนทางหลวงหมายเลข 21 ช่วง แยกมะนาวหวาน–ม่วงค่อม ระหว่าง กม.26+000–กม.30+000 ถูกโจรกรรมไปจำนวน 8 ชุด

กรมทางหลวงจึงเลือกพื้นที่เสี่ยงจำนวน 4 จุด ทดลองนำ Smart Tag มาใช้เพื่อช่วยตรวจสอบตำแหน่งเมื่อทรัพย์สินถูกเคลื่อนย้าย เป้าหมายไม่ได้มีแค่ตามของ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้าเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุโดยตรงด้วย.

แท็กถูกเคลื่อน — ตำแหน่งไปโผล่ที่พัฒนานิคม

จากนั้นวันที่ 6 และ 9 ตุลาคม 2569 ระบบรายงานว่า Smart Tag ถูกเคลื่อนออกจากจุดเดิม และตำแหน่งของอุปกรณ์ไปปรากฏในพื้นที่ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 จึงประสาน ตำรวจทางหลวง และตำรวจในพื้นที่ เข้าตรวจสอบตามข้อมูลตำแหน่ง ก่อนพบทั้ง เสาป้าย โครงเหล็ก และ แผ่นป้ายจราจร ที่ถูกโจรกรรมจำนวนหนึ่ง เมื่อรวมการติดตามทั้งหมด 3 ครั้ง กรมทางหลวงระบุว่าสามารถตรวจพบทรัพย์สินประเภทป้ายจราจรที่ถูกโจรกรรมรวม 24 ชุด.

ตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจคือ เหตุแรกที่นำไปสู่การทดลองระบบมีป้ายหาย 8 ชุด แต่ทรัพย์สินที่พบจากการติดตามภายหลังมีถึง 24 ชุด สะท้อนว่าปัญหาอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเหตุวันที่ 12–13 กันยายนเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลกรมทางหลวงยังไม่ได้แจกแจงว่า 24 ชุดดังกล่าวมาจากเหตุโจรกรรมวันใดบ้าง

ยังไม่ควรเขียนว่า “จับคนขโมยได้แล้ว”

ตรงนี้สำคัญครับ กรมทางหลวงระบุว่า ณ วันที่เผยแพร่ข้อมูล เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่าง สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี.

ดังนั้นสถานะที่แม่นยำที่สุดคือ “ตามพบทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรม” ไม่ใช่ “จับแก๊งขโมยป้ายได้แล้ว” จนกว่าจะมีข้อมูลจากพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานตำรวจยืนยันเพิ่มเติม

Smart Tag ช่วยอะไรได้ — และไม่ได้ช่วยอะไร

Smart Tag ในกรณีนี้ทำหน้าที่เป็น อุปกรณ์ช่วยติดตามตำแหน่งทรัพย์สิน เมื่อทรัพย์สินถูกเคลื่อนออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลตำแหน่งประกอบการประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ แต่ Smart Tag ไม่ได้ทำให้ป้าย “ขโมยไม่ได้” มันช่วยเพิ่มโอกาส “ตามเจอหลังถูกเคลื่อนย้าย”

ดังนั้น การประเมินว่าเทคโนโลยีนี้ได้ผลหรือไม่ ควรดูมากกว่าจำนวนของกลางที่ตามกลับมาได้ เช่น หลังติดตั้งแล้วเหตุโจรกรรมลดลงหรือไม่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งต่อจุดเท่าไร อุปกรณ์มีอายุใช้งานแค่ไหน และจำนวนเงินที่ประหยัดจากการลดความเสียหายคุ้มกับต้นทุนหรือไม่

เตรียมขยายจาก “จุดทดลอง” ไปตามแนว ทล.21

หลังการทดลองสามารถนำไปสู่การตรวจพบทรัพย์สินได้ แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 เตรียมขยายการติดตั้ง Smart Tag บนทางหลวงหมายเลข 21 ตั้งแต่ แยกมะนาวหวาน ไปจนถึง คลองกระจัง ระหว่าง กม.26+000–กม.87+062 โดยจะให้น้ำหนักกับพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ห่างชุมชนและไม่มีไฟส่องสว่าง.

นี่ทำให้เรื่อง Smart Tag ไม่ได้อยู่ในสถานะ “ทดลอง 4 จุดแล้วจบ” แต่กำลังจะเข้าสู่คำถามในระดับระบบว่า พื้นที่เสี่ยงกี่จุดควรติด ทรัพย์สินประเภทใดควรติด และ จะวัดผลโครงการหลังขยายอย่างไร

ป้ายหาย ไม่ได้เสียแค่ “ค่าป้าย”

มองเผิน ๆ ป้ายจราจรถูกขโมยอาจดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาทรัพย์สินราชการสูญหาย แต่ป้ายจราจรมีหน้าที่มากกว่านั้น มันบอก ทางโค้ง ทางแยก ข้อจำกัดความเร็ว จุดอันตราย และข้อมูลที่คนขับต้องใช้ตัดสินใจบนถนน เมื่อป้ายหายไป ต้นทุนจึงไม่ได้มีแค่ ซื้อป้ายใหม่ ซื้อเสาใหม่ หรือ ส่งเจ้าหน้าที่กลับไปติดตั้ง แต่ยังเกิดช่วงเวลาที่ถนนขาดอุปกรณ์เตือนหรืออำนวยความปลอดภัยชิ้นนั้นด้วย

กรมทางหลวงเองระบุว่า การโจรกรรมอุปกรณ์งานทางส่งผลทั้งต่อ งบประมาณของรัฐ การอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง.

ปีเดียว ทรัพย์สินทางหลวงทั่วประเทศหายเกือบ 119 ล้านบาท

ข้อมูลของสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ระบุว่า ในปี 2568 ทรัพย์สินและอุปกรณ์งานทางทั่วประเทศถูกโจรกรรม คิดเป็นความเสียหายรวม 118,888,928 บาท หรือเกือบ 119 ล้านบาท ของที่ถูกขโมยไม่ได้มีแค่ป้ายจราจร แต่รวมถึง หม้อแปลงไฟฟ้า สายไฟ อุปกรณ์ไฟส่องสว่าง ตู้ควบคุมไฟฟ้า และ อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยประเภทต่าง ๆ.

เมื่อเห็นตัวเลขนี้ กรณีลพบุรีจึงไม่ใช่เหตุประหลาดเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นตัวอย่างของปัญหาระดับประเทศที่หน่วยงานทางหลวงต้องหาวิธีรับมือใหม่

ตามป้ายได้แล้ว — ขั้นต่อไปต้องตาม “เส้นทางของป้าย”

นี่คือประเด็นที่ LOPBURITODAY เห็นว่าน่าติดตามต่อที่สุด การได้ของกลางกลับมาเป็นปลายทางหนึ่ง แต่ถ้าต้องการหยุดเหตุซ้ำ คำถามที่สำคัญกว่าอาจเป็น ป้ายที่ถูกขโมยถูกนำไปทำอะไร? เป็นการขโมยเพื่อใช้เอง ถอดแยกวัสดุ ขายเป็นของเก่า หรือมีผู้รับซื้อปลายทาง เพราะหากมี “ตลาดรับซื้อ” รองรับ การเพิ่ม Smart Tag อาจช่วยตามของได้มากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้แรงจูงใจในการขโมยหายไป

การสืบสวนไปถึง ผู้ลงมือ ผู้ร่วมกระทำ และถ้ามี ผู้รับซื้อหรือปลายทางของทรัพย์สิน จึงเป็นอีกตัวชี้วัดหนึ่งของการแก้ปัญหา

อีกคำถามคือ “24 ชุด มีมูลค่าเท่าไร?”

กรมทางหลวงเปิดเผยจำนวนทรัพย์สินที่ตรวจพบ แต่ข่าวทางการยังไม่ได้ระบุว่า ป้ายจราจร 24 ชุดมีมูลค่ารวมเท่าไร ค่าเสียหายจากเหตุในลพบุรีทั้งหมดอยู่ที่เท่าไร ค่าติดตั้ง Smart Tag ต่อจุดเท่าไร และงบที่จะใช้ขยายระบบตลอดช่วงแยกมะนาวหวาน–คลองกระจังอยู่ที่เท่าไร

ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะจะทำให้สามารถตอบได้ว่า ลงทุนป้องกัน 1 บาท ลดความเสียหายจากการโจรกรรมได้กี่บาท นี่คือข้อมูลที่จะเปลี่ยน Smart Tag จาก “ไอเดียเจ๋ง” ไปเป็น มาตรการที่พิสูจน์ความคุ้มค่าได้

เห็นใครถอดป้าย–ตัดสายไฟ แจ้ง 1586

กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการลักลอบโจรกรรมหรือทำลายทรัพย์สินบนทางหลวง สามารถแจ้ง สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชั่วโมง.

และหากพบเหตุ ไม่ควรเข้าเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุด้วยตัวเอง การแจ้งข้อมูลสถานที่ เวลา ลักษณะ

แหล่งข้อมูล: กรมทางหลวง
เรียบเรียง: LOPBURITODAY