ฝนน้อย ผักเริ่มถูกลง — ตลาดเมืองลพบุรี “ขึ้นฉ่าย” ลด 20 บาท/กก. ผักบุ้งจีนลด 10 บาท

พาณิชย์ลพบุรีสุ่มตรวจตลาดสดและห้างท้องถิ่นในอำเภอเมืองวันที่ 5 พฤศจิกายน พบสินค้าส่วนใหญ่ราคายังทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ขึ้นฉ่ายลดลง 20 บาทต่อกิโลกรัม และผักบุ้งจีนลด 10 บาท หลังฝนน้อยลงทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น สินค้ายังมีเพียงพอ และไม่พบการฉวยโอกาสขึ้นราคาในจุดที่ตรวจ — แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้เปิดเผย “ราคาขายจริงต่อกิโลกรัม” จึงยังบอกไม่ได้ว่าผู้บริโภคจ่ายถูกลงกี่เปอร์เซ็นต์
ฝนที่เริ่มลดลง กำลังส่งผลไปถึงป้ายราคาผักในตลาดเมืองลพบุรี วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรีส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ ตลาดสดเทศบาลเมืองลพบุรี และห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง ผลการสุ่มตรวจพบว่า ราคาสินค้าส่วนใหญ่ยัง ทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แต่ผักสดบางชนิดเริ่มปรับลดลง ได้แก่ ขึ้นฉ่าย ลดลง 20 บาท/กิโลกรัม และ ผักบุ้งจีน ลดลง 10 บาท/กิโลกรัม
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เหตุผลว่า ช่วงนี้ฝนตกน้อยลง ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดได้มากขึ้น.
เดือนก่อน “ฝน” เคยดันผักขึ้น — เดือนนี้เริ่มเห็นภาพกลับด้าน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าสนใจเมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนตุลาคม วันที่ 7 ตุลาคม พาณิชย์ลพบุรีเคยรายงานว่า ผักใบมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะ ผักกวางตุ้งเพิ่ม 20 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากฝนตกชุกและมีน้ำท่วมขัง ทำให้ผลผลิตได้รับผลกระทบ.
หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ในช่วงเทศกาลกินเจ เจ้าหน้าที่ก็รายงานว่าผักใบเขียวอย่างโหระพา ผักบุ้งจีน และคะน้าได้รับแรงกดดันจากฝนตกหนักและปัญหาการขนส่งในพื้นที่น้ำท่วม.
พอเข้าสู่ต้นเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์บางส่วนกลับด้าน ฝนน้อยลง → เก็บเกี่ยวได้มากขึ้น → ของเข้าตลาดเพิ่ม → ราคาผักบางชนิดลดลง นี่เป็นภาพที่ทำให้เห็นว่า ราคาของสดอาจเปลี่ยนได้เร็วตามสภาพอากาศและปริมาณผลผลิต ไม่ใช่ขึ้นหรือลงจากต้นทุนการค้าเพียงอย่างเดียว
แต่ “ลด 20 บาท” ยังไม่เท่ากับรู้ว่าตอนนี้ขายกิโลละเท่าไร
ข่าวทางการให้ข้อมูลว่า ขึ้นฉ่ายลดลง 20 บาท/กก. ผักบุ้งจีนลดลง 10 บาท/กก. แต่ไม่ได้ระบุ ราคาก่อนลด หรือ ราคาขายปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น การลด 20 บาทจาก 200 บาท กับลด 20 บาทจาก 80 บาท มีผลต่อกระเป๋าสตางค์ของผู้ซื้อไม่เหมือนกัน ดังนั้นในเชิงข่าวผู้บริโภค ตัวเลขที่ควรมีเพิ่มคือ ราคาต่ำสุด–สูงสุดของแต่ละชนิดในวันที่ตรวจ เพื่อให้ประชาชนใช้เทียบราคาก่อนซื้อได้จริง และสามารถดูได้ด้วยว่า ราคาที่ลดลงเกิดขึ้นทั่วตลาดหรือเฉพาะร้านที่ถูกสุ่มตรวจ
“ไม่พบการฉวยโอกาส” ต้องอ่านให้ตรงความหมาย
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระบุว่า จากการลงพื้นที่ ไม่พบสินค้าขาดแคลน ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคา และ ไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร.
แต่ในทางข่าว ควรใช้ถ้อยคำว่า “ไม่พบในการสุ่มตรวจครั้งนี้” มากกว่าการสรุปว่า “ทั้งจังหวัดไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา” เพราะการลงพื้นที่เป็นการตรวจตลาดและร้านค้าบางส่วนในเขตอำเภอเมืองไม่ได้หมายถึงการตรวจผู้ค้าทุกรายทั่วจังหวัด
ปิดป้ายราคา ไม่ใช่แค่เรื่องความเรียบร้อย
กรมการค้าภายในกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ และต้องจำหน่ายในราคาตรงกับที่แสดงไว้ หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลเหมาะสม เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและต้นทุน และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ได้.
ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริโภคควรดูเวลาเดินตลาดไม่ได้มีเพียง “กิโลละกี่บาท” แต่ควรดูว่า ป้ายราคาเห็นชัดหรือไม่ ราคาที่คิดตอนชำระเงินตรงกับป้ายไหม และน้ำหนักสินค้าตรงกับที่ซื้อหรือไม่
มีของพอ — อย่างน้อย ณ วันที่ตรวจ
อีกสัญญาณที่ดีคือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระบุว่า สินค้าอุปโภคบริโภคในจุดตรวจยังมีปริมาณ เพียงพอต่อความต้องการ และไม่พบปัญหาขาดแคลน.
ข้อมูลนี้มีความหมายกับราคา เพราะหากผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้ตามปกติ และไม่มีภาวะสินค้าขาดช่วง แรงกดดันให้ราคาพุ่งจากปัญหา Supply ก็มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ของสดอย่างผักสามารถเปลี่ยนราคาได้เร็ว สิ่งที่รายงานวันที่ 5 พฤศจิกายนบอกเราได้ดีที่สุดคือ “สถานการณ์ ณ วันที่ตรวจอยู่ในภาวะปกติ” ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะอยู่ระดับเดิมตลอดทั้งเดือน
แล้ว “ค่าครองชีพ” เบาลงจริงหรือยัง?
ตรงนี้ต้องแยกกันครับ การที่ขึ้นฉ่ายและผักบุ้งจีนราคาลดลง เป็นข่าวดีสำหรับผู้ซื้อ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ค่าครองชีพของครัวเรือนลพบุรีลดลงแล้ว เพราะตะกร้าค่าใช้จ่ายยังมี ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ น้ำมัน อาหารปรุงสำเร็จ ไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเดินทาง และสินค้าอื่นอีกหลายรายการ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการติดตามเป็น “ตะกร้าของกินประจำสัปดาห์” เช่น ไข่ 1 แผง หมู 1 กิโล ไก่ 1 กิโล น้ำมัน 1 ขวด ผัก 5 รายการ และข้าวสาร แล้วเปรียบเทียบทุกสัปดาห์ว่า เงิน 500 หรือ 1,000 บาท ซื้อของได้มากขึ้นหรือน้อยลง นั่นจะทำให้คำว่า “ค่าครองชีพ” จับต้องได้กว่าการดูสินค้ารายตัว
พบราคาผิดปกติ ร้องเรียนที่ไหน?
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรีเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งกรณี ไม่ได้รับความเป็นธรรม พบการฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือพบสินค้าขาดแคลน ผ่าน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี 089-901-1058 สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ ศูนย์ดำรงธรรม 1567.
หากร้องเรียนเรื่องราคา ควรเก็บข้อมูลที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ง่าย เช่น ชื่อร้าน สถานที่ ชนิดสินค้า ราคาที่ติดป้าย ราคาที่เรียกเก็บจริง วันและเวลา รวมถึงภาพถ่ายหรือใบเสร็จถ้ามี
แหล่งข้อมูล: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี / กรมการค้าภายใน
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




