คุณถาม เราตาม | จับยาแล้วไปไหน? ตามเส้นทาง “ของกลางยาเสพติด” จากคดีถึงเตาเผาทำลาย

ลูกเพจตั้งคำถามตรง ๆ ว่า ยาเสพติดที่ตำรวจจับได้จำนวนมาก “ถูกทำลายจริงหรือไม่?” LOPBURITODAY จึงลองแกะกระบวนการตั้งแต่วันจับ ตรวจพิสูจน์ ส่งเก็บ จนถึงเผาทำลาย พบว่ามีระบบตรวจรับและบันทึกหลายขั้น แต่คำถามสำคัญสำหรับลพบุรียังเหลืออยู่ — เราสามารถตามของกลางจาก “คดีหนึ่งในลพบุรี” ไปถึง “วันทำลาย” ได้หรือไม่?
นี่คือหนึ่งในคำถามที่ลูกเพจส่งเข้ามาหลังเห็นข่าวจับกุมยาเสพติดหลายครั้ง จับได้แล้ว ของกลางไปไหนต่อ? และประชาชนรู้ได้อย่างไรว่าถูกทำลายจริง?
คำถามนี้มีเหตุผลที่ควรตรวจสอบ แต่ต้องแยกให้ชัดว่า “ประชาชนสงสัย” ไม่เท่ากับ “มีหลักฐานว่าของกลางหายหรือถูกนำกลับมาหมุนเวียน” LOPBURITODAY จึงเริ่มจากการตรวจสอบขั้นตอนทางการก่อน
จุดเริ่มต้น: หลังจับกุม ของกลางถูกส่งเข้าสำนวนคดี
ตัวอย่างข้อมูลที่สถานีตำรวจในจังหวัดลพบุรีเผยแพร่เอง แสดงให้เห็นว่า หลังการจับกุมยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
เช่น สภ.ชัยบาดาล รายงานการจับกุมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 พร้อมยาบ้า 400 เม็ด ก่อนระบุว่านำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ส่วน สภ.ท่าหลวงรายงานคดีวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ยึดยาบ้ารวม 549 เม็ด และระบุว่านำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเช่นกัน
แต่ข้อมูลประชาสัมพันธ์การจับกุมส่วนใหญ่มักหยุดอยู่ตรงนี้
สิ่งที่ประชาชนไม่ค่อยได้เห็นคือ ของกลางจากเลขคดีนั้นเดินทางต่ออย่างไร
หลังตรวจพิสูจน์แล้ว ของกลางไปไหน?
เอกสารขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. อธิบายว่า เมื่อสถานตรวจพิสูจน์ตรวจแล้วพบว่าเป็นยาเสพติด ผลวิเคราะห์จะถูกส่งกลับให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ส่วนยาเสพติดที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์จะเข้าสู่กระบวนการส่งเก็บรักษาที่ อย.
ก่อนส่งมอบ ต้องมีข้อมูลประกอบ เช่น จำนวนคดี น้ำหนักของกลาง และรายงานผลการตรวจวิเคราะห์
จากนั้นในวันตรวจรับ คณะกรรมการตรวจรับของกลางของ อย. ซึ่งเอกสารระบุว่าต้องมี ไม่น้อยกว่า 3 คน จะตรวจรายละเอียด ชนิด น้ำหนัก และสภาพของกลาง เทียบกับรายงานการตรวจพิสูจน์
ยังมีการสุ่มตรวจเบื้องต้นในทุกคดี และบางคดีส่งตรวจพิสูจน์ซ้ำ ก่อนปิดผนึกและนำเข้าคลังเก็บรักษา
เมื่อเข้าคลังแล้ว นำออกมาได้หรือไม่?
จุดนี้น่าสนใจมาก
เอกสารขั้นตอนของ อย. ระบุว่า เมื่อของกลางถูกนำเข้าเก็บในคลังแล้ว จะไม่มีการนำออกจากคลังอีก เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้นำไปทำลาย และหลังตรวจรับยังมีการจัดทำบัญชีรายงานจำนวนคดี ชนิด และน้ำหนักของกลางเสนอเลขาธิการ อย.
กองควบคุมวัตถุเสพติดของ อย. ยังมีหน้าเฉพาะสำหรับเอกสารเกี่ยวกับการส่งของกลาง รวมถึงหนังสือนำส่ง ตารางตรวจรับ และระบบข้อมูลยาเสพติดของกลาง
ตรงนี้สะท้อนว่า ในระบบอย่างเป็นทางการ ของกลางไม่ได้ถูกจัดการด้วยการนับจำนวนอย่างเดียว แต่มีข้อมูลที่ผูกกับเอกสารและคดีอยู่ด้วย
แล้วก่อนเผา ใครตรวจ?
ก่อนการเผาทำลายครั้งที่ 61 ในเดือนมิถุนายน 2569 อย. ระบุว่า มีการทำงานร่วมกันระหว่าง อย., ป.ป.ส., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกองทัพบก
ขั้นตอนก่อนทำลายมีการตรวจ เลขคดี ชนิด และน้ำหนักของยาเสพติด รวมถึงสุ่มตัวอย่างให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจวิเคราะห์อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าของกลางที่จะถูกทำลายเป็นยาเสพติดจริง
ในรอบดังกล่าว มีของกลางที่ผ่านการตรวจรับและอนุมัติให้ขนย้ายไปทำลายจาก 54,097 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อกว่า 77 ตัน ก่อนขนส่งจาก อย. ไปยังสถานที่เผาทำลายในจังหวัดสมุทรปราการ
เพราะฉะนั้น “ถูกทำลายจริงไหม?” ตอบได้แค่ไหน
จากเอกสารทางการที่ตรวจสอบได้ตอนนี้ เราตอบได้ว่า
มีระบบตรวจพิสูจน์ ตรวจรับ บันทึกเลขคดี–ชนิด–น้ำหนัก เก็บในคลัง ตรวจซ้ำก่อนขนย้าย และเผาทำลายโดยมีหลายหน่วยงานร่วมกระบวนการ
ดังนั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ LOPBURITODAY พบในขณะนี้ซึ่งรองรับการกล่าวหาว่า ของกลางยาเสพติดในลพบุรีถูกนำกลับออกไปจำหน่ายหรือไม่ได้ถูกทำลาย
แต่เรื่องยังไม่จบตรงนั้น เพราะคำถามของลูกเพจจริง ๆ คือ “แล้วของลพบุรีล่ะ?”
ช่องว่างที่เรายังหาไม่เจอ: ของกลาง “ลพบุรี” อยู่ในรอบไหน?
จากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบในรอบนี้ LOPBURITODAY ยังไม่พบฐานข้อมูลที่ประชาชนค้นได้ง่าย ว่า
ของกลางจากคดีใดของจังหวัดลพบุรี ถูกส่งเข้าคลังเมื่อไร อยู่ในรอบทำลายครั้งไหน และมีจำนวนเท่าไร
นี่คือจุดที่ “คุณถาม — เราตาม” จะตามต่อ
เราจะขอคำตอบอย่างน้อย 5 ข้อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ปี 2569 ของกลางยาเสพติดจากคดีในจังหวัดลพบุรีถูกส่งเข้าสู่ระบบเก็บรักษาแล้วกี่คดี และปริมาณเท่าไร
- หลังจับกุม ใครเป็นผู้รับผิดชอบของกลางในแต่ละช่วงก่อนส่งสถานตรวจพิสูจน์
- การส่งต่อผูกกับเลขคดี น้ำหนัก และเอกสารอะไรบ้าง
- ของกลางจากลพบุรีถูกนำไปทำลายในรอบใดแล้วบ้าง
- ประชาชนสามารถขอตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่เลขคดีไปถึงการทำลายได้ในระดับใด
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากการบอกประชาชนว่า “มีระบบอยู่แล้ว” แต่เกิดจากการที่ระบบนั้น สามารถย้อนตรวจได้
หากของกลางหนึ่งคดีมีเลขคดี น้ำหนัก จุดส่งมอบ การตรวจรับ และรอบทำลายเชื่อมกันได้ ประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อด้วยความรู้สึก เพราะสามารถตรวจสอบเส้นทางของมันได้
และนั่นคือคำตอบที่ LOPBURITODAY อยากหาให้ได้ในตอนต่อไป คุณถาม — เราตาม เพราะคอมเมนต์คือจุดเริ่มต้นของคำถาม แต่คำตอบต้องมาจากหลักฐาน
แหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, กองควบคุมวัตถุเสพติด, สำนักงาน ป.ป.ส., สถานีตำรวจภูธรในจังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




