41 ปีวันเยาวชนลพบุรี กว่า 200 คนรวมพลัง แล้วเสียงของคนรุ่นใหม่จะไปต่ออย่างไร?

ลพบุรีจัดมหกรรมวันเยาวชนแห่งชาติครบรอบ 41 ปี รวมเด็ก เยาวชน และเครือข่ายกว่า 200 คนที่บ้านหมี่ พร้อมเชิดชูหน่วยงานที่ขับเคลื่อนงานเยาวชนต่อเนื่อง แต่โจทย์หลังจบงานคือ จะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีบทบาทในชุมชนได้มากแค่ไหน
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จัดงาน “41 ปี มหกรรมวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” โดยมีนายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน
ผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ประกอบด้วยสภาเด็กและเยาวชน เครือข่ายเยาวชนในสถานศึกษา เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และเครือข่ายเด็กและเยาวชนในจังหวัดลพบุรี
เป้าหมายของกิจกรรมคือเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม พร้อมส่งเสริมเรื่องจิตอาสา การแบ่งปัน ความรับผิดชอบ และการทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
ไม่ใช่แค่ “วันของเยาวชน” แต่คือพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออก
ภายในงานมีทั้งบูธนิทรรศการ การแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน และพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่เด็กและเยาวชนดีเด่น รวมถึงหน่วยงานที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน
ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรีระบุว่า มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 31 แห่ง ที่ได้รับการเชิดชูด้านการขับเคลื่อนกิจกรรมสภาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอีก 11 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ข่าวประชาสัมพันธ์ต้นทางยังไม่ได้ระบุรายชื่อผู้ได้รับเกียรติบัตรทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดว่าหน่วยงานแต่ละแห่งมีผลงานด้านใดเป็นพิเศษ
ทำไมวันที่ 20 กันยายนจึงเป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ”?
ประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2528 ซึ่งเป็นปีเยาวชนสากลตามการประกาศขององค์การสหประชาชาติ
วันที่ 20 กันยายนยังตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ซึ่งต่างเสด็จขึ้นครองราชย์ขณะทรงพระเยาว์
สำหรับลพบุรี การจัดงานปีนี้มีขึ้นก่อนวันเยาวชนแห่งชาติจริงประมาณหนึ่งสัปดาห์
แล้วเยาวชนลพบุรีได้อะไรหลังจบงาน?
ตัวเลขผู้เข้าร่วมกว่า 200 คนสะท้อนว่าจังหวัดมีเครือข่ายเยาวชนอยู่ไม่น้อย แต่คำถามที่น่าติดตามคือ หลังเวทีจบลง เยาวชนเหล่านี้จะมีพื้นที่เสนอปัญหาและไอเดียต่อจังหวัดหรือท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา ยาเสพติด สิ่งแวดล้อม พื้นที่สร้างสรรค์ อาชีพ หรือปัญหาที่คนรุ่นใหม่พบในแต่ละอำเภอ
อีกประเด็นคือ สภาเด็กและเยาวชนจะได้รับบทบาทเพียงการเข้าร่วมกิจกรรม หรือสามารถเป็นตัวแทนเสนอปัญหาและร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาพื้นที่ได้จริงเพียงใด
เพราะการให้ความสำคัญกับเยาวชนอาจไม่ได้วัดแค่จำนวนกิจกรรมที่จัดในหนึ่งวัน แต่ต้องดูว่า คนรุ่นใหม่มีพื้นที่ มีเสียง และมีโอกาสลงมือทำจริงตลอดทั้งปีหรือไม่ นั่นอาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญกว่าคำว่า “วันเยาวชน” เพียงวันเดียว
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




