106 ปี “เทพสตรี” จากโรงเรียนลวะศรีสู่มหาวิทยาลัยท้องถิ่น เปิด 3 วัน ชู AI–งานวิจัย–โจทย์พัฒนาชุมชน

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีเปิดงานครบรอบ 106 ปี ระหว่างวันที่ 21–23 กันยายน 2569 ไม่ได้มีเพียงพิธีรำลึกวันสถาปนา แต่ยังมีเวทีด้านการศึกษา เทคโนโลยี AI งานวิจัย นวัตกรรม และกิจกรรมเชื่อมโยงสถานศึกษาในลพบุรี–สระบุรี–สิงห์บุรี ขณะที่โจทย์สำคัญหลังงานคือ แนวคิด “พลังทางปัญญาของพื้นที่” จะถูกเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่คนและชุมชนในพื้นที่สัมผัสได้อย่างไร
วันที่ 21 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี เปิดงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 106 ปี ภายใต้แนวคิด “106 ปี แห่งการพัฒนา สร้างคุณค่า เพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมต่อเนื่องถึงวันที่ 23 กันยายน 2569
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.จินตนา เวชมี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่าเข้าร่วม
แต่หากมองให้พ้นจากพิธีครบรอบ ตัวเลข 106 ปี มีความหมายกับลพบุรีมากกว่าการนับอายุของมหาวิทยาลัย เพราะรากของสถาบันแห่งนี้ย้อนกลับไปถึง พ.ศ. 2463 เมื่อเริ่มต้นในชื่อ “โรงเรียนลวะศรี” ก่อนพัฒนาผ่านยุคโรงเรียนฝึกหัดครู วิทยาลัยครูเทพสตรี สถาบันราชภัฏ และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีในปี พ.ศ. 2547
จาก “โรงเรียนลวะศรี” ถึง 106 ปีของสถาบันการศึกษาคู่ลพบุรี
ข้อมูลประวัติของมหาวิทยาลัยระบุว่า โรงเรียนลวะศรีก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2463 โดยช่วงเริ่มต้นใช้อาคารเรียนชั่วคราวที่ พระที่นั่งจันทรพิศาล ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ก่อนย้ายสถานที่ในเวลาต่อมา
เส้นทางของสถาบันเปลี่ยนผ่านหลายครั้ง ได้แก่
- พ.ศ. 2463 โรงเรียนลวะศรี
- พ.ศ. 2479 โรงเรียนฝึกหัดครูสตรีลพบุรี
- พ.ศ. 2483 โรงเรียนสตรีลพบุรี “เทพสตรีวิทยาลัย”
- พ.ศ. 2501 วิทยาลัยครูเทพสตรี
- พ.ศ. 2535 เข้าสู่ยุคสถาบันราชภัฏ
- พ.ศ. 2547 ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
จึงพูดได้ว่าเรื่องราวของเทพสตรีไม่ได้ผูกอยู่เฉพาะกับมหาวิทยาลัย แต่มีส่วนเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การผลิตครู การศึกษา และการพัฒนากำลังคนของลพบุรีมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ
ครบรอบครั้งนี้ มหาวิทยาลัยตั้ง “3 เสา” ไว้ว่าอย่างไร?
นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีอธิบายแนวคิดของงานปีนี้ผ่าน 3 เสาหลัก
เสาที่ 1 — การพัฒนา
มหาวิทยาลัยต้องไม่หยุดนิ่ง และปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง
เสาที่ 2 — การสร้างคุณค่า
ภารกิจของมหาวิทยาลัยควรนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อผู้เรียน ชุมชน และสังคม
เสาที่ 3 — การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จไม่ได้มองเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัย แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย
พร้อมเสนอภาพของมหาวิทยาลัยในฐานะ “พลังทางปัญญาของพื้นที่” ที่ต้องเข้าใจปัญหาจริงของชุมชน และสร้างคนที่สามารถนำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด
คำสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “มหาวิทยาลัยทำอะไร” แต่คือ ความรู้และงานที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเดินทางออกไปถึงท้องถิ่นได้มากแค่ไหน
21 กันยายน มีทั้งรางวัล “เพชรเทพสตรี” และทุนการศึกษา 400,000 บาท
กิจกรรมในวันเปิดงานประกอบด้วยพิธีสักการะและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย พิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “เพชรเทพสตรี” พิธีมอบทุนการศึกษารวม 400,000 บาท และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ข่าวประชาสัมพันธ์ต้นทางไม่ได้แจกแจงรายละเอียดว่า ทุนจำนวน 400,000 บาทแบ่งเป็นทุนประเภทใด จำนวนผู้ได้รับทุนเท่าใด หรือใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณา
จุดนี้จึงเป็นข้อมูลที่ควรแยกจากข้อเท็จจริงว่า “มีการมอบทุน 400,000 บาท” เพราะจำนวนเงินรวมเพียงตัวเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะบอกขนาดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาแต่ละกลุ่ม
22 กันยายน จากงานฉลองเข้าสู่โจทย์ “การศึกษาและเทคโนโลยี”
วันที่ 22 กันยายน กิจกรรมจะขยับไปยังเวทีทางวิชาการ รวมถึงโครงการ “พลังร่วมสร้างชุมชนด้วยเทคโนโลยี” การมอบรางวัลผลงาน Best Practice และการรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาในพื้นที่ ลพบุรี สระบุรี และสิงห์บุรี
ตรงนี้ถือเป็นส่วนที่น่าจับตา เพราะเป็นจุดที่คำว่า “มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น” สามารถเชื่อมกับระบบการศึกษารอบมหาวิทยาลัยได้โดยตรง
คำถามต่อจึงไม่ใช่เพียงว่ามีสถานศึกษาเข้าร่วมกี่แห่ง แต่คือข้อเสนอจากโรงเรียนในพื้นที่จะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร และจะเกิดความร่วมมือรูปแบบใดหลังเวทีสิ้นสุดลง
ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุตัวชี้วัดหรือผลลัพธ์ที่คาดหวังของกระบวนการดังกล่าว
23 กันยายน “AI” ลงจากห้องเรียนไปหาชุมชน?
วันที่ 23 กันยายน มีการอบรมเชิงปฏิบัติการที่แตะเทคโนโลยีซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทกับงานและธุรกิจโดยตรง เช่น “AI พลังใหม่เพื่อชุมชน : สร้างสื่อประชาสัมพันธ์อย่างมืออาชีพ” และ AI สู่ตลาดดิจิทัล : สร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่า”
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกวดร้องเพลง “วันเก๋าไมค์ทองคำ Ep.2 (ลูกกรุง)” และพิธีมอบรางวัลโครงงานนักศึกษา “วิศวกรสังคมกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น” ถ้ามองจากชื่อกิจกรรม จุดที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยกำลังพยายามนำ AI ออกจากกรอบการใช้เพื่อการเรียน ไปเชื่อมกับการสื่อสาร การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่า
แต่ในข้อมูลข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายของการอบรม AI เป็นใคร จำนวนผู้เข้าร่วมเท่าใด หรือหลังการอบรมจะมีการติดตามว่าผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้กับธุรกิจหรือชุมชนจริงได้มากน้อยเพียงใด
106 ปีแล้ว จากนี้ควรวัดอะไร?
งานวันสถาปนาอาจกินเวลาเพียง 3 วัน แต่ประโยคที่น่าสนใจกว่ากำหนดการคือเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยประกาศว่าจะเป็น “พลังทางปัญญาของพื้นที่” เพราะบทบาทของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นไม่ได้มีเพียงผลิตบัณฑิต
แต่อาจรวมถึงคำถามว่า งานวิจัยของมหาวิทยาลัยถูกนำไปแก้ปัญหาอะไรในลพบุรี? องค์ความรู้ช่วยผู้ประกอบการหรือชุมชนเพิ่มรายได้อย่างไร? โรงเรียนในพื้นที่เข้าถึงความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยมากขึ้นหรือไม่? นักศึกษามีพื้นที่ใช้ความรู้กับปัญหาจริงของชุมชนมากเพียงใด?
และเมื่อ AI กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อของงานปีนี้ สิ่งที่ควรจับตาต่อคือ มหาวิทยาลัยจะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ไปถึงประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนในรูปแบบที่ใช้งานได้จริงอย่างไร นี่อาจเป็นตัวชี้วัดที่น่าสนใจกว่าเพียงการนับว่า มหาวิทยาลัยเดินทางมาถึงปีที่เท่าไร
เพราะจาก โรงเรียนลวะศรีในปี 2463 ถึง ราชภัฏเทพสตรีในปี 2569 สิ่งที่ทำให้ประวัติศาสตร์ 106 ปีมีความหมาย ไม่ใช่เพียงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่คือสิ่งที่สถาบันการศึกษาแห่งนี้จะสร้างให้กับพื้นที่ต่อจากนี้
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




