จาก “พระครูสิริสิกขวิธาน” สู่ “พระวชิรสิกขโกศล” ทำความรู้จักพระราชาคณะรูปใหม่แห่งวัดเสาธงทอง ลพบุรี

Dek
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ “พระครูสิริสิกขวิธาน” แห่งวัดเสาธงทอง พระอารามหลวง เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีราชทินนามว่า “พระวชิรสิกขโกศล” หนึ่งในพระราชาคณะ 37 รูปที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ในครั้งนี้ ขณะที่เส้นทางกว่า 30 ปีในสมณเพศของพระสงฆ์ชาวโคกสำโรงรูปนี้ เชื่อมทั้งงานปกครองคณะสงฆ์ การศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลพบุรี
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 37 รูป ในลำดับที่ 23 ระบุว่า พระครูสิริสิกขวิธาน วัดเสาธงทอง พระอารามหลวง จังหวัดลพบุรี เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า “พระวชิรสิกขโกศล”
โดยประกาศระบุให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กันยายน มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีได้เผยแพร่ข่าวการเข้าร่วมพิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และแสดงมุทิตาสักการะแด่พระวชิรสิกขโกศล สอดคล้องกับพิธีที่จัดขึ้นในจังหวัดลพบุรีในวันดังกล่าว
จากพระครูสัญญาบัตร สู่พระราชาคณะชั้นสามัญ
ก่อนจะได้รับพระราชทานราชทินนามใหม่ พระวชิรสิกขโกศลเป็นที่รู้จักในนาม พระครูสิริสิกขวิธาน (อำนาจ มหาธีโร ป.ธ.5) ดำรงตำแหน่งทั้ง
- เจ้าคณะตำบลท่าหิน
- ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง พระอารามหลวง
- เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี
ข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในช่วงก่อนหน้า ก็มีรายชื่อพระครูสิริสิกขวิธาน มหาธีโร สังกัดวัดเสาธงทอง จังหวัดลพบุรี ในฐานะพระนักเทศก์ ขณะที่ข้อมูลกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดในปี 2568 ระบุบทบาทในฐานะเจ้าคณะตำบลท่าหินและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเสาธงทองอย่างชัดเจน
การได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนจากสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร ซึ่งได้รับมาตั้งแต่ปี 2556 ไปสู่กลุ่ม พระราชาคณะชั้นสามัญ พร้อมราชทินนามใหม่ “พระวชิรสิกขโกศล”
พระสงฆ์ชาวโคกสำโรง ที่อุปสมบท ณ วัดเสาธงทอง
ตามประวัติที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรีเผยแพร่ พระวชิรสิกขโกศลเกิดวันที่ 24 มิถุนายน 2519 ที่ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อุปสมบทเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2539 ณ วัดเสาธงทอง พระอารามหลวง อำเภอเมืองลพบุรี
มีพระโสภณธรรมเวที ซึ่งต่อมามีสมณศักดิ์สุดท้ายเป็นพระธรรมมหาวีรานุวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พร้อมพระครูศรีปริยัติวิมลเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูสิริปริยัติวิธานเป็นพระอนุสาวนาจารย์ หากนับจากวันอุปสมบทถึงปี 2569 เส้นทางในสมณเพศของท่านจึงยาวนานกว่า 30 ปี
เส้นทางงานปกครองคณะสงฆ์
จากข้อมูลต้นทาง เส้นทางตำแหน่งสำคัญของพระวชิรสิกขโกศล ได้แก่
- พ.ศ. 2554 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง พระอารามหลวง
- พ.ศ. 2556 ได้รับสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ มีราชทินนามว่า พระครูสิริสิกขวิธาน
- พ.ศ. 2566 ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลท่าหิน
- พ.ศ. 2568 ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี
- และในปี 2569 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีราชทินนามว่า พระวชิรสิกขโกศล
ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ และข่าวกิจกรรมจังหวัดในช่วงก่อนการแต่งตั้งยังช่วยยืนยันว่า ก่อนเปลี่ยนราชทินนาม ท่านปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านการปกครองและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
“พระราชาคณะ” ต่างจากชื่อเดิมตรงไหน?
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่คุ้นกับระบบสมณศักดิ์ อาจเห็นเพียงว่าชื่อเปลี่ยนจาก พระครูสิริสิกขวิธาน เป็น พระวชิรสิกขโกศล
แต่สาระสำคัญคือ สมณศักดิ์ใหม่อยู่ในกลุ่ม พระราชาคณะ โดยราชกิจจานุเบกษาระบุชั้นไว้ชัดว่าเป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ดังนั้น ในการเขียนข่าวหรือเรียกขานหลังจากนี้ สื่อควรใช้ราชทินนามปัจจุบันว่า “พระวชิรสิกขโกศล” มากกว่าการใช้ชื่อ “พระครูสิริสิกขวิธาน” เป็นชื่อหลัก โดยชื่อเดิมสามารถใส่ในวงเล็บเมื่ออธิบายประวัติ เพื่อให้ประชาชนที่คุ้นชื่อเดิมเชื่อมโยงบุคคลได้
หนึ่งใน 37 รูปทั่วประเทศ
อีกบริบทที่ข่าวท้องถิ่นควรใส่ไว้ คือการพระราชทานสมณศักดิ์ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงลพบุรี ประกาศเดียวกันมีพระราชาคณะรวม 37 รูป ทั้งการเลื่อนชั้นสมณศักดิ์และการตั้งพระราชาคณะชั้นสามัญจากวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยพระครูสิริสิกขวิธาน วัดเสาธงทอง อยู่ในลำดับที่ 23 ของประกาศ
จุดนี้ช่วยให้เห็นบริบทว่า การได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ของพระวชิรสิกขโกศลเป็นส่วนหนึ่งของประกาศระดับประเทศ ไม่ใช่การแต่งตั้งภายในคณะสงฆ์จังหวัดเพียงอย่างเดียว
บทบาทด้านการเผยแผ่ในลพบุรี
นอกจากตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์แล้ว ข้อมูลต้นทางยังระบุว่า พระวชิรสิกขโกศลเป็นหนึ่งในคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการในพระราชดำริด้านหลักธรรมพระราชทาน ธรรมนาวา “วัง” ในจังหวัดลพบุรี
ขณะเดียวกัน หลักฐานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยังปรากฏชื่อเดิมของท่านในกลุ่มพระนักเทศก์จังหวัดลพบุรี ซึ่งสะท้อนบทบาทด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ทำควบคู่กับงานปกครองคณะสงฆ์ นี่จึงเป็นอีกมุมที่ทำให้ข่าวนี้มากกว่าเรื่อง “ได้รับชื่อใหม่”
เพราะราชทินนามใหม่เกิดขึ้นบนเส้นทางที่ผูกกับวัดเสาธงทองและงานพระพุทธศาสนาในลพบุรีมายาวนาน
วัดเสาธงทองยังเป็นศูนย์กลางงานคณะสงฆ์สำคัญของเมือง
วัดเสาธงทองเป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี และยังเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 จังหวัดใช้วัดเสาธงทองเป็นสถานที่ประกอบพิธีเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยพระครูสิริสิกขวิธานในขณะนั้นทำหน้าที่ประธานฝ่ายสงฆ์
ข้อมูลปัจจุบันของวัดยังระบุว่า วัดเสาธงทองเป็นพระอารามหลวง และมีพระวชิรจริยาภรณ์เป็นเจ้าอาวาส
จึงทำให้การได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ของผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีกหนึ่งรูป มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างงานคณะสงฆ์ของวัดสำคัญกลางเมืองลพบุรีโดยตรง
ข่าวนี้มีอะไรที่ควรบันทึกให้ถูกตั้งแต่วันนี้?
สำหรับข่าวลักษณะนี้ รายละเอียดเล็ก ๆ จะกลายเป็นข้อมูลอ้างอิงในอนาคต Lopburi Today จึงแยกวันสำคัญไว้ดังนี้
- 1 กันยายน 2569 วันที่การพระราชทานสมณศักดิ์มีผล ตามข้อความท้ายประกาศราชกิจจานุเบกษา
- 2 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 37 รูป
- 21 กันยายน 2569 มีพิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะพระวชิรสิกขโกศลที่ลพบุรี โดยมีหน่วยงานและสถาบันในพื้นที่เข้าร่วม
การแยกสามวันนี้ช่วยป้องกันความสับสนว่า “วันที่ได้รับพระราชทาน” “วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา” และ “วันที่จัดพิธีมุทิตา” เป็นวันเดียวกัน และสำหรับคนลพบุรี ชื่อที่ควรจดจำหลังจากนี้คือ พระวชิรสิกขโกศล วัดเสาธงทอง พระอารามหลวง จังหวัดลพบุรี
แหล่งข่าว: ราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ / มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




