ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันศุกร์, 25 กันยายน 2026
🌧️
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
ฝนโปรยปานกลาง
ข่าวล่าสุด
25 ก.ย. 256923:36พระราชทานสิ่งของแก่ 2 ครอบครัวกำลังพลลพบุรี — หนึ่งเสียชีวิต หนึ่งทุพพลภาพจากเหตุ “ช่องอานม้า”25 ก.ย. 256923:34องคมนตรีตรวจ 3 โรงเรียนกองทุนการศึกษาลพบุรี — โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่คุณภาพ แต่คือ “เด็กน้อยลงต่อเนื่อง”25 ก.ย. 256923:32ถนนเข้าสถานีรถไฟป่าหวายทรุด เสาไฟหัก 2 ต้น — จุดสำคัญคือ “งานยังอยู่ในประกันสัญญา” ใครต้องแก้และต้องตรวจอะไรต่อ?24 ก.ย. 256922:5727 ก.ย. เลือก “บอร์ดประกันสังคม” — คนลพบุรีเช็กให้ดี ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แต่ต้องไปหน่วยที่ระบบกำหนด24 ก.ย. 256922:55“เข้าพรรษา เข้าหาธรรม” ถึงครั้งที่ 8 — ลพบุรีจัดครบ 12 ครั้ง แล้วธรรมะควรสะท้อนในงานราชการอย่างไร?24 ก.ย. 256922:54เตือน “หนองรี–หนองยายโต๊ะ” จับตามวลน้ำจากเพชรบูรณ์จ่อลงลพบุรี — ยกของสูง เตรียมพร้อมอพยพ23 ก.ย. 256923:37ลพบุรีเริ่มสำรวจ “คนไทยไม่รู้หนังสือ” — ก่อนแก้โจทย์อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามีกี่คน อยู่ที่ไหน23 ก.ย. 256923:35รถกระบะตู้ทึบจอดทิ้ง 3 วัน เปิดเจอไอซ์ 200 กก. — ตำรวจลพบุรีเร่งหา “ใครขับมา–ของใคร–จะไปไหน”23 ก.ย. 256923:34ธรรมยุตลพบุรี–สระบุรี อบรมทั้ง “พระผู้ปกครอง–พระบวชใหม่” แล้วพระนวกะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง?23 ก.ย. 256923:32จาก “พระครูสิริสิกขวิธาน” สู่ “พระวชิรสิกขโกศล” ทำความรู้จักพระราชาคณะรูปใหม่แห่งวัดเสาธงทอง ลพบุรี
View All Breaking News ›

องคมนตรีตรวจ 3 โรงเรียนกองทุนการศึกษาลพบุรี — โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่คุณภาพ แต่คือ “เด็กน้อยลงต่อเนื่อง”

24 ก.ย. 2569👁 อ่าน 4 ครั้ง

พลเอกบัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ องคมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านเขาขวาง บ้านโกรกรกฟ้า และบ้านลำโป่งเพชร รับฟังผลพัฒนาและปัญหาของโรงเรียน โดยหนึ่งในประเด็นร่วมสำคัญคือจำนวนนักเรียนที่ลดลงต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดที่จังหวัดเผยแพร่ระบุทั้ง 3 โรงเรียนมีนักเรียนรวม 202 คน แต่มีข้อสังเกตว่าปีการศึกษาที่ระบุในข่าวไม่สอดคล้องกับข้อมูลข่าวเก่า จึงยังต้องรอหน่วยงานยืนยันตัวเลขให้ชัด ก่อนตอบคำถามต่อว่า “เด็กน้อยลงแล้ว โรงเรียนจะรักษาคุณภาพและอยู่กับชุมชนต่ออย่างไร”

วันที่ 24 กันยายน 2569 พลเอกบัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรีเพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังผลการดำเนินงานของโรงเรียน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านเขาขวาง อ.พัฒนานิคม โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า อ.ชัยบาดาล และ โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร อ.โคกเจริญ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ติดตามทั้งแผนพัฒนา ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอของโรงเรียน โดยประเด็นที่ถูกระบุขึ้นมาอย่างชัดเจนคือ จำนวนนักเรียนเข้าเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นข่าวการศึกษาที่มีคำถามต่อมากกว่าว่า “ผลการตรวจเยี่ยมเป็นอย่างไร” เพราะหากเด็กในชุมชนลดลงเรื่อย ๆ โรงเรียนจะรักษาทั้งครู คุณภาพการเรียน และโอกาสของเด็กที่ยังเหลืออยู่ได้อย่างไร

3 โรงเรียน มีนักเรียนรวม 202 คน

ข้อมูลที่จังหวัดเผยแพร่วันที่ 24 กันยายน ระบุว่า โรงเรียนบ้านเขาขวาง อ.พัฒนานิคม นักเรียน 79 คน
ครูและบุคลากร 11 คน โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า อ.ชัยบาดาล นักเรียน 42 คน ครูและบุคลากร 8 คน โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร อ.โคกเจริญ นักเรียน 81 คน ครูและบุคลากร 10 คน

รวมทั้ง 3 โรงเรียนมีนักเรียน 202 คน และครู/บุคลากรรวม 29 คน ฐานข้อมูลนักเรียนที่แสดงสถานะ ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ยังพบตัวเลขนักเรียนบ้านเขาขวาง 79 คน บ้านโกรกรกฟ้า 42 คน และบ้านลำโป่งเพชร 81 คน ตรงกับตัวเลขในข่าวล่าสุดด้วย

แต่ “เด็กน้อยลง” เป็นปัญหาจริงที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ระบุ

แม้รายละเอียดปีของตัวเลขจะต้องตรวจสอบ แต่ประเด็นหลักจากการลงพื้นที่ชัดเจนว่า โรงเรียนรายงานปัญหาจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อลองดูข้อมูลช่วงล่าสุดของสองโรงเรียนในฐานข้อมูลนักเรียน จะเห็นทิศทางเดียวกัน

โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า มีนักเรียน 47 คน ในเดือนมิถุนายน 2568 และเหลือ 42 คน ในเดือนมิถุนายน 2569 โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร มีนักเรียน 93 คน ในเดือนมิถุนายน 2568 และเหลือ 81 คน ในเดือนมิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวควรใช้เพื่อดู แนวโน้ม มากกว่าจะนำไปสรุปสาเหตุ เพราะข้อมูลจำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวยังตอบไม่ได้ว่าเด็กหายไปเพราะอะไร

เด็กน้อยลงเพราะอะไร? 

สาเหตุอาจมีได้หลายแบบ ตั้งแต่จำนวนเด็กเกิดใหม่ในชุมชนลดลง ครอบครัวย้ายออกไปทำงานพื้นที่อื่น ผู้ปกครองเลือกส่งบุตรไปโรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนในเมือง การเดินทาง โครงสร้างประชากรของชุมชน หรือเหตุผลเฉพาะของแต่ละโรงเรียน 

คำถามที่ควรตามต่อคือ แต่ละโรงเรียนมีข้อมูลเด็กในเขตบริการกี่คน และในจำนวนเด็กวัยเรียนเหล่านั้น เลือกเรียนที่โรงเรียนนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้จะช่วยแยกได้ว่า ปัญหามาจาก “เด็กในชุมชนน้อยลง” หรือ “ยังมีเด็กอยู่ แต่ไปเรียนที่อื่น”

เด็กน้อยลง กระทบโรงเรียนอย่างไร?

สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวนนักเรียนไม่ใช่เพียงตัวเลขบนรายงาน มันเชื่อมโยงไปถึงหลายเรื่อง จำนวนห้องเรียน การจัดครูให้ตรงวิชา งบประมาณรายหัว กิจกรรมและทรัพยากรการเรียน รวมถึงความสามารถในการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กหลายระดับชั้น

ตัวอย่างเช่น โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้ามีนักเรียน 42 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 ถึง ป.6 ตามข่าวจังหวัด นั่นคือเด็กทั้งโรงเรียนอยู่ในระดับเพียงหลักสิบ สิ่งที่น่าถามต่อจึงไม่ใช่เพียงว่ามีครู 8 คน “พอหรือไม่” แต่ต้องดูว่า ครูแต่ละคนสอนวิชาอะไร ครบตามความต้องการของหลักสูตรหรือไม่ และต้องสอนข้ามชั้นหรือข้ามวิชามากแค่ไหน

แต่เมื่อเด็กเหลือน้อย “โรงเรียนคุณภาพ” ต้องนิยามอย่างไร?

นี่คือโจทย์ที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เปิดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ถ้าโรงเรียนหนึ่งมีเด็กเพียง 42 คน คำว่า “โรงเรียนคุณภาพ” ไม่ควรถูกวัดจากจำนวนเด็กว่ามากหรือน้อยอย่างเดียว สิ่งที่ควรดูต่อคือ เด็กอ่านออกเขียนได้ตามช่วงวัยหรือไม่ ผลการเรียนเปลี่ยนอย่างไร ครูครบและตรงวิชาหรือไม่ เด็กหลุดออกจากระบบหรือไม่

เมื่อจบ ป.6 แล้วได้เรียนต่อทุกคนหรือไม่ และโรงเรียนสามารถสร้างทักษะที่เด็กในชุมชนใช้ต่อได้จริงหรือไม่ 

อีกข้อมูลที่น่าตาม — เด็กจบแล้วไปไหน?

หนึ่งในเป้าหมายของโครงการคือให้เด็ก สำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพ แต่โรงเรียนทั้งสามแห่งเปิดสอนถึงเพียง ป.6 ตามข้อมูลล่าสุดของจังหวัด

ดังนั้นตัวเลขที่สำคัญมากแต่ยังไม่มีในข่าว คือ เด็ก ป.6 เรียนต่อ ม.1 กี่คน ไปเรียนที่ไหน มีใครหลุดจากระบบหลังจบประถมหรือไม่ เด็กที่ครอบครัวยากจนได้รับการสนับสนุนอย่างไร และ เด็กที่มีผลการเรียนหรือความประพฤติดีได้รับทุนต่อเนื่องกี่คน

ในเดือนสิงหาคม 2568 เคยมีการมอบทุนให้เด็กจากโรงเรียนในโครงการและโรงเรียนเครือข่ายในลพบุรี พร้อมติดตามการดำเนินงานรวม 6 โรงเรียน สะท้อนว่าโครงการมีมิติเรื่องการสนับสนุนเด็กเรียนต่ออยู่ด้วย ดังนั้น หากจะประเมินผลจริง ตัวเลข “เรียนต่อหลัง ป.6” น่าจะสำคัญไม่แพ้จำนวนเด็กที่ยังอยู่ในโรงเรียนวันนี้

ปัญหานักเรียนลด ไม่ใช่แค่เรื่องของโรงเรียน

โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่เรียน หลายแห่งเป็นพื้นที่กิจกรรมของชุมชน เป็นสถานที่ที่ครูรู้จักครอบครัวเด็กเป็นรายคน และในบางพื้นที่ โรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านอาจช่วยให้เด็กไม่ต้องเดินทางไกล ดังนั้นเวลาพูดถึง “นักเรียนลดลง”

คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า โรงเรียนจะเหลือเด็กกี่คน แต่ต้องถามต่อว่า หากโรงเรียนมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ จะรักษาคุณภาพอย่างไร ต้องใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนอื่นหรือไม่ จะดึงชุมชนมาช่วยพัฒนาได้อย่างไร และเด็กที่ยังเลือกเรียนที่นี่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ไม่ด้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ได้อย่างไร

แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / ข้อมูลจำนวนนักเรียนที่เผยแพร่สาธารณะ / ข้อมูลโครงการกองทุนการศึกษา
เรียบเรียง: LOPBURITODAY