องคมนตรีตรวจ 3 โรงเรียนกองทุนการศึกษาลพบุรี — โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่คุณภาพ แต่คือ “เด็กน้อยลงต่อเนื่อง”

พลเอกบัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ องคมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านเขาขวาง บ้านโกรกรกฟ้า และบ้านลำโป่งเพชร รับฟังผลพัฒนาและปัญหาของโรงเรียน โดยหนึ่งในประเด็นร่วมสำคัญคือจำนวนนักเรียนที่ลดลงต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดที่จังหวัดเผยแพร่ระบุทั้ง 3 โรงเรียนมีนักเรียนรวม 202 คน แต่มีข้อสังเกตว่าปีการศึกษาที่ระบุในข่าวไม่สอดคล้องกับข้อมูลข่าวเก่า จึงยังต้องรอหน่วยงานยืนยันตัวเลขให้ชัด ก่อนตอบคำถามต่อว่า “เด็กน้อยลงแล้ว โรงเรียนจะรักษาคุณภาพและอยู่กับชุมชนต่ออย่างไร”
วันที่ 24 กันยายน 2569 พลเอกบัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรีเพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังผลการดำเนินงานของโรงเรียน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านเขาขวาง อ.พัฒนานิคม โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า อ.ชัยบาดาล และ โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร อ.โคกเจริญ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ติดตามทั้งแผนพัฒนา ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอของโรงเรียน โดยประเด็นที่ถูกระบุขึ้นมาอย่างชัดเจนคือ จำนวนนักเรียนเข้าเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นข่าวการศึกษาที่มีคำถามต่อมากกว่าว่า “ผลการตรวจเยี่ยมเป็นอย่างไร” เพราะหากเด็กในชุมชนลดลงเรื่อย ๆ โรงเรียนจะรักษาทั้งครู คุณภาพการเรียน และโอกาสของเด็กที่ยังเหลืออยู่ได้อย่างไร
3 โรงเรียน มีนักเรียนรวม 202 คน
ข้อมูลที่จังหวัดเผยแพร่วันที่ 24 กันยายน ระบุว่า โรงเรียนบ้านเขาขวาง อ.พัฒนานิคม นักเรียน 79 คน
ครูและบุคลากร 11 คน โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า อ.ชัยบาดาล นักเรียน 42 คน ครูและบุคลากร 8 คน โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร อ.โคกเจริญ นักเรียน 81 คน ครูและบุคลากร 10 คน
รวมทั้ง 3 โรงเรียนมีนักเรียน 202 คน และครู/บุคลากรรวม 29 คน ฐานข้อมูลนักเรียนที่แสดงสถานะ ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ยังพบตัวเลขนักเรียนบ้านเขาขวาง 79 คน บ้านโกรกรกฟ้า 42 คน และบ้านลำโป่งเพชร 81 คน ตรงกับตัวเลขในข่าวล่าสุดด้วย
แต่ “เด็กน้อยลง” เป็นปัญหาจริงที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ระบุ
แม้รายละเอียดปีของตัวเลขจะต้องตรวจสอบ แต่ประเด็นหลักจากการลงพื้นที่ชัดเจนว่า โรงเรียนรายงานปัญหาจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อลองดูข้อมูลช่วงล่าสุดของสองโรงเรียนในฐานข้อมูลนักเรียน จะเห็นทิศทางเดียวกัน
โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้า มีนักเรียน 47 คน ในเดือนมิถุนายน 2568 และเหลือ 42 คน ในเดือนมิถุนายน 2569 โรงเรียนบ้านลำโป่งเพชร มีนักเรียน 93 คน ในเดือนมิถุนายน 2568 และเหลือ 81 คน ในเดือนมิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวควรใช้เพื่อดู แนวโน้ม มากกว่าจะนำไปสรุปสาเหตุ เพราะข้อมูลจำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวยังตอบไม่ได้ว่าเด็กหายไปเพราะอะไร
เด็กน้อยลงเพราะอะไร?
สาเหตุอาจมีได้หลายแบบ ตั้งแต่จำนวนเด็กเกิดใหม่ในชุมชนลดลง ครอบครัวย้ายออกไปทำงานพื้นที่อื่น ผู้ปกครองเลือกส่งบุตรไปโรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนในเมือง การเดินทาง โครงสร้างประชากรของชุมชน หรือเหตุผลเฉพาะของแต่ละโรงเรียน
คำถามที่ควรตามต่อคือ แต่ละโรงเรียนมีข้อมูลเด็กในเขตบริการกี่คน และในจำนวนเด็กวัยเรียนเหล่านั้น เลือกเรียนที่โรงเรียนนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้จะช่วยแยกได้ว่า ปัญหามาจาก “เด็กในชุมชนน้อยลง” หรือ “ยังมีเด็กอยู่ แต่ไปเรียนที่อื่น”
เด็กน้อยลง กระทบโรงเรียนอย่างไร?
สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวนนักเรียนไม่ใช่เพียงตัวเลขบนรายงาน มันเชื่อมโยงไปถึงหลายเรื่อง จำนวนห้องเรียน การจัดครูให้ตรงวิชา งบประมาณรายหัว กิจกรรมและทรัพยากรการเรียน รวมถึงความสามารถในการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กหลายระดับชั้น
ตัวอย่างเช่น โรงเรียนบ้านโกรกรกฟ้ามีนักเรียน 42 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 ถึง ป.6 ตามข่าวจังหวัด นั่นคือเด็กทั้งโรงเรียนอยู่ในระดับเพียงหลักสิบ สิ่งที่น่าถามต่อจึงไม่ใช่เพียงว่ามีครู 8 คน “พอหรือไม่” แต่ต้องดูว่า ครูแต่ละคนสอนวิชาอะไร ครบตามความต้องการของหลักสูตรหรือไม่ และต้องสอนข้ามชั้นหรือข้ามวิชามากแค่ไหน
แต่เมื่อเด็กเหลือน้อย “โรงเรียนคุณภาพ” ต้องนิยามอย่างไร?
นี่คือโจทย์ที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เปิดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ถ้าโรงเรียนหนึ่งมีเด็กเพียง 42 คน คำว่า “โรงเรียนคุณภาพ” ไม่ควรถูกวัดจากจำนวนเด็กว่ามากหรือน้อยอย่างเดียว สิ่งที่ควรดูต่อคือ เด็กอ่านออกเขียนได้ตามช่วงวัยหรือไม่ ผลการเรียนเปลี่ยนอย่างไร ครูครบและตรงวิชาหรือไม่ เด็กหลุดออกจากระบบหรือไม่
เมื่อจบ ป.6 แล้วได้เรียนต่อทุกคนหรือไม่ และโรงเรียนสามารถสร้างทักษะที่เด็กในชุมชนใช้ต่อได้จริงหรือไม่
อีกข้อมูลที่น่าตาม — เด็กจบแล้วไปไหน?
หนึ่งในเป้าหมายของโครงการคือให้เด็ก สำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพ แต่โรงเรียนทั้งสามแห่งเปิดสอนถึงเพียง ป.6 ตามข้อมูลล่าสุดของจังหวัด
ดังนั้นตัวเลขที่สำคัญมากแต่ยังไม่มีในข่าว คือ เด็ก ป.6 เรียนต่อ ม.1 กี่คน ไปเรียนที่ไหน มีใครหลุดจากระบบหลังจบประถมหรือไม่ เด็กที่ครอบครัวยากจนได้รับการสนับสนุนอย่างไร และ เด็กที่มีผลการเรียนหรือความประพฤติดีได้รับทุนต่อเนื่องกี่คน
ในเดือนสิงหาคม 2568 เคยมีการมอบทุนให้เด็กจากโรงเรียนในโครงการและโรงเรียนเครือข่ายในลพบุรี พร้อมติดตามการดำเนินงานรวม 6 โรงเรียน สะท้อนว่าโครงการมีมิติเรื่องการสนับสนุนเด็กเรียนต่ออยู่ด้วย ดังนั้น หากจะประเมินผลจริง ตัวเลข “เรียนต่อหลัง ป.6” น่าจะสำคัญไม่แพ้จำนวนเด็กที่ยังอยู่ในโรงเรียนวันนี้
ปัญหานักเรียนลด ไม่ใช่แค่เรื่องของโรงเรียน
โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่เรียน หลายแห่งเป็นพื้นที่กิจกรรมของชุมชน เป็นสถานที่ที่ครูรู้จักครอบครัวเด็กเป็นรายคน และในบางพื้นที่ โรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านอาจช่วยให้เด็กไม่ต้องเดินทางไกล ดังนั้นเวลาพูดถึง “นักเรียนลดลง”
คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า โรงเรียนจะเหลือเด็กกี่คน แต่ต้องถามต่อว่า หากโรงเรียนมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ จะรักษาคุณภาพอย่างไร ต้องใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนอื่นหรือไม่ จะดึงชุมชนมาช่วยพัฒนาได้อย่างไร และเด็กที่ยังเลือกเรียนที่นี่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ไม่ด้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ได้อย่างไร
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / ข้อมูลจำนวนนักเรียนที่เผยแพร่สาธารณะ / ข้อมูลโครงการกองทุนการศึกษา
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




