ลพบุรี–ท่าศาลา คว้ารางวัล “น่าอยู่สำหรับเด็ก” แล้วคำว่าเมืองน่าอยู่ เด็กและครอบครัวควรได้อะไรจริง?

จังหวัดลพบุรีได้รับรางวัลระดับจังหวัด ขณะที่เทศบาลตำบลท่าศาลาได้รับรางวัลระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านพื้นที่น่าอยู่สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ประจำปี 2569 ในงาน Children and Youth Expo 2026 แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุชัดว่าทั้งสองแห่งได้รับระดับ “ต้นแบบ” หรือ “ต้นแบบดีเด่น” รวมถึงคะแนนและผลงานที่ใช้ประกอบการตัดสิน จึงยังมีอีกหลายเรื่องที่ประชาชนสามารถติดตามต่อได้ว่า คำว่า “น่าอยู่สำหรับเด็ก” ถูกแปลงเป็นบริการและคุณภาพชีวิตในพื้นที่อย่างไร
วันที่ 21 กันยายน 2569 จังหวัดลพบุรีและเทศบาลตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี เข้ารับรางวัลด้านการสร้างพื้นที่น่าอยู่สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ภายในงานมหกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ปี 2569 หรือ Children and Youth Expo 2026
จังหวัดลพบุรีมอบหมายให้นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลระดับจังหวัด ขณะที่นางวิลาทิพย์ สละชีพ นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา เข้ารับรางวัลในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานจัดขึ้นบริเวณโถง Atrium ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคาร C กรุงเทพมหานคร โดยงาน Children and Youth Expo 2026 จัดระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน และมีทั้งนิทรรศการ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนกิจกรรมด้านเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายทั่วประเทศ
รางวัล “น่าอยู่สำหรับเด็ก” ไม่ได้มีแค่ระดับเดียว
ข้อมูลประชาสัมพันธ์การเปิดรับคัดเลือกประจำปี 2569 ระบุว่า การประเมินแบ่งออกเป็น 2 ระดับใหญ่ คือ
ระดับจังหวัด
- จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว “ต้นแบบ”
- จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว “ต้นแบบดีเด่น”
ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าอยู่สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว “ต้นแบบ”
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าอยู่สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว “ต้นแบบดีเด่น”
กรอบที่เผยแพร่ประกอบการรับสมัครยังกล่าวถึงประเด็นอย่าง สิทธิเด็ก การคุ้มครอง การมีส่วนร่วม และความยั่งยืนของพื้นที่ โดยเปิดให้หน่วยงานประเมินตนเองและนำเสนอผลการดำเนินงานเพื่อเข้ารับการคัดเลือก
ตรงนี้มีรายละเอียดหนึ่งที่ยังไม่ชัดจากข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี คือ ทั้ง จังหวัดลพบุรี และ เทศบาลตำบลท่าศาลา ได้รับรางวัลในระดับ “ต้นแบบ” หรือ “ต้นแบบดีเด่น”
ข่าวต้นทางระบุเพียงว่าได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงยังไม่ควรตีความต่อว่าเป็นอันดับสูงสุดของการคัดเลือก จนกว่าจะมีประกาศผลที่แจกแจงระดับรางวัลอย่างชัดเจน
แล้วจังหวัดลพบุรีถูกมองว่า “น่าอยู่สำหรับเด็ก” จากอะไร?
ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุภาพรวมว่า ลพบุรีมีการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และเครือข่ายครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับหลายมิติ ตั้งแต่สุขภาพ การศึกษา การคุ้มครองเด็ก ความปลอดภัย ไปจนถึงการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบการคัดเลือกที่มองมากกว่าแค่ “มีโครงการสำหรับเด็กกี่งาน” เพราะเมืองที่น่าอยู่สำหรับเด็กในทางปฏิบัติน่าจะต้องตอบคำถามได้ด้วยว่า เด็กที่ประสบปัญหาเข้าถึงความช่วยเหลือเร็วแค่ไหน? เยาวชนมีสิทธิเสนอความเห็นต่อการพัฒนาพื้นที่จริงหรือไม่? มีกลไกป้องกันความรุนแรง การถูกละเลย หรือการแสวงหาประโยชน์จากเด็กอย่างไร? และเมื่อเด็กเสนอปัญหาขึ้นมาแล้ว มีหน่วยงานรับผิดชอบและติดตามผลหรือไม่?
“ท่าศาลา” มีสภาเด็กและเยาวชนเป็นหนึ่งในกลไกพื้นที่
สำหรับเทศบาลตำบลท่าศาลา มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบต่อได้มากกว่าข่าวมอบรางวัล
คู่มือการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคมที่เทศบาลตำบลท่าศาลาเผยแพร่ ระบุขั้นตอนการจัดตั้งและสนับสนุน สภาเด็กและเยาวชนตำบลท่าศาลา
เทศบาลกำหนดให้มีข้อมูลเด็กและเยาวชนอายุ 0–25 ปี ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านของพื้นที่ และประชาสัมพันธ์ให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมการคัดเลือกคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมของแต่ละปี
หลังจากนั้นยังมีขั้นตอนแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการสภาเด็กและเยาวชน ส่งตัวแทนเข้าสู่ระดับอำเภอ และให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยจัดทำแผนเพื่อขอรับงบประมาณสำหรับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน
คู่มือเดียวกันระบุด้วยว่า คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนตำบลท่าศาลาควรมีการประชุม อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และมีการรายงานผลการดำเนินงานไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี
นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดที่ประชาชนสามารถติดตามได้แบบค่อนข้างเป็นรูปธรรมว่า
- สภาเด็กประชุมจริงกี่ครั้ง?
- เด็กเสนอเรื่องอะไร?
- เรื่องไหนถูกนำไปทำต่อ?
- และมีงบประมาณลงไปสนับสนุนกิจกรรมที่เด็กเสนอมากน้อยเพียงใด?
เพราะหากคำว่า “การมีส่วนร่วมของเด็ก” เป็นหนึ่งในหัวใจของเมืองน่าอยู่ เวทีของเด็กก็ควรมีผลต่อการตัดสินใจของพื้นที่ ไม่ใช่มีชื่ออยู่ในโครงสร้างเพียงอย่างเดียว
ถ้าเด็กหรือครอบครัวเจอปัญหา เทศบาลมีกรอบช่วยเหลืออย่างไร?
อีกข้อมูลหนึ่งจากคู่มือสวัสดิการสังคมของเทศบาลตำบลท่าศาลา ระบุกระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเด็ก สตรี ผู้พิการ ครอบครัวยากจน ผู้ถูกทอดทิ้ง ผู้ถูกกระทำความรุนแรง ผู้ตั้งครรภ์ไม่พร้อม และเหยื่อค้ามนุษย์
เมื่อรับเรื่อง นักสังคมสงเคราะห์ต้องพิจารณาช่วยเหลือเบื้องต้น ให้คำปรึกษา หรือประสานทีมสหวิชาชีพตามสภาพปัญหา โดยคู่มือกำหนดกรอบขั้นตอนเบื้องต้นไว้ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
ส่วนกรณีที่ไม่อยู่ในภาวะวิกฤต อาจนัดลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและประเมินปัญหา โดยระบุกรอบไว้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนวางแผนช่วยเหลือและติดตามผลต่อไป
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้เทศบาลตำบลท่าศาลาได้รับรางวัลในปีนี้ เพราะเอกสารประกาศผลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ได้แจกแจงคะแนนหรือหลักฐานประกอบการตัดสินเป็นรายพื้นที่
แต่เป็นตัวอย่างของ “ระบบที่มีอยู่” ซึ่งประชาชนสามารถใช้ตรวจสอบต่อได้ว่าเกิดขึ้นจริงตามที่กำหนดไว้หรือไม่
ได้รางวัลแล้ว ประชาชนควรจับตาอะไรต่อ?
สิ่งที่น่าสนใจหลังรับรางวัลอาจไม่ใช่การติดป้ายว่า “จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก” เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งป้าย แต่คือการดูว่าเด็กและครอบครัวในพื้นที่สัมผัสผลจากระบบเหล่านี้ได้จริงแค่ไหน ตัวอย่างเช่น เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับการดูแลเร็วขึ้นหรือไม่? สภาเด็กและเยาวชนมีงบประมาณและอำนาจเสนอเรื่องจริงแค่ไหน? เด็กพิการ เด็กยากจน หรือเด็กที่มีความเสี่ยงเข้าถึงบริการเท่าเทียมกันหรือไม่? พื้นที่สาธารณะปลอดภัยและเปิดโอกาสให้เด็กใช้จริงหรือเปล่า? โรงเรียน สุขภาพ ครอบครัว และท้องถิ่นแชร์ข้อมูลและประสานช่วยเหลือกันได้เร็วแค่ไหน? และที่สำคัญ เด็กและเยาวชนเองถูกถามหรือไม่ว่า “สำหรับพวกเขา เมืองที่น่าอยู่ควรเป็นแบบไหน?”
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมกิจการเด็กและเยาวชน / เทศบาลตำบลท่าศาลา
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




