88 ผู้บริหารท้องถิ่นลพบุรี รับ 4 โจทย์ “โปร่งใส–ทำงานร่วมกัน–ยึดประชาชน–ใช้เทคโนโลยี”

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีมอบแนวทางปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการสรรหาเข้าสู่สายงานบริหาร 88 ราย เน้นธรรมาภิบาล การทำงานข้ามหน่วยงาน บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและเข้าถึงง่าย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุตัวชี้วัดหรือระบบติดตามว่า ประชาชนจะตรวจสอบผลจากแนวทางเหล่านี้ได้อย่างไร
วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 09.15 น. ณ หอประชุมเทศบาลเมืองเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พบปะและมอบแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ครั้งที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี
มีผู้ผ่านการสรรหารวม 88 ราย โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรีระบุว่า แนวทางสำคัญที่มอบให้ผู้บริหารท้องถิ่นชุดนี้ คือการยึดหลักธรรมาภิบาล สร้างเครือข่ายการทำงาน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาการบริหารด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
88 คน กระจายอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง?
จำนวนทั้งหมดประกอบด้วย
- ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 ราย
- รองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 ราย
- หัวหน้าสำนักปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ราย
- ผู้อำนวยการกอง 11 ราย
- หัวหน้าฝ่าย 58 ราย
- ผู้อำนวยการสถานศึกษา 3 ราย
- รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 4 ราย
รวมทั้งหมด 88 ราย ตามข้อมูลของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
ตำแหน่งเหล่านี้จำนวนมากอยู่ในระดับที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารงานประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่งานบริการประชาชน งานงบประมาณ งานโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการศึกษาในสังกัดท้องถิ่น
โจทย์แรก “ธรรมาภิบาล” แล้วประชาชนควรเห็นอะไร?
ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีระบุว่า การบริหารภาครัฐควรมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ สุจริต และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
แต่ถ้าแปลจากภาษานโยบายให้เป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ คำว่า “โปร่งใสและตรวจสอบได้” อาจสะท้อนผ่านเรื่องง่าย ๆ เช่น
ประชาชนสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าโครงการใช้งบเท่าไร ใครรับผิดชอบ เรื่องร้องเรียนถูกส่งไปถึงใคร ต้องรอกี่วัน และเมื่อหน่วยงานตัดสินใจเรื่องหนึ่งไปแล้ว มีเหตุผลหรือเอกสารให้ตรวจสอบหรือไม่
เพราะธรรมาภิบาลไม่ได้อยู่เพียงในหลักการ แต่ต้องปรากฏอยู่ในกระบวนการทำงานประจำวันที่ประชาชนเจอจริง
โจทย์ที่สอง “บูรณาการ” เพราะปัญหาหนึ่งมักไม่ได้จบที่หน่วยงานเดียว
อีกแนวทางหนึ่งคือ การเปิดความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยผู้บริหารท้องถิ่นถูกเน้นย้ำว่าไม่ควรแก้ปัญหาโดยทำงานแยกจากหน่วยงานอื่น
ในทางปฏิบัติ เรื่องที่คนลพบุรีร้องเรียนจำนวนมากมักเกี่ยวพันมากกว่าหนึ่งหน่วยงานอยู่แล้ว
เช่น ถนนสายหนึ่งอาจไม่ได้เป็นของเทศบาลหรือ อบต. น้ำท่วมอาจเกี่ยวกับทั้งทางน้ำ ถนน และระบบระบายน้ำ ขณะที่เรื่องยาเสพติดหรือความปลอดภัยก็ต้องอาศัยฝ่ายปกครอง ตำรวจ ท้องถิ่น และชุมชนร่วมกัน
ดังนั้น สิ่งที่จะวัดแนวทาง “บูรณาการ” ได้จริง ไม่ใช่จำนวนการประชุมร่วม แต่คือปัญหาที่ประชาชนแจ้งแล้วสามารถถูกส่งต่อไปถึงหน่วยงานเจ้าภาพได้เร็วและไม่ถูกวนกลับไปมาหรือไม่
โจทย์ที่สาม ประชาชนต้องได้คำตอบ “เร็วและเข้าถึงง่าย”
ข่าวต้นทางระบุว่า ผู้บริหารท้องถิ่นควรยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง แก้ไขความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรวดเร็วและเข้าถึงง่าย
แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายที่ผู้ว่าฯ ลพบุรีเคยประกาศต่อส่วนราชการจังหวัดในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งเน้นให้ฟังเสียงประชาชน เปลี่ยนจากการทำงานตั้งรับเป็นเชิงรุก และให้การดำเนินงานสามารถตรวจสอบได้
ประเด็นที่น่าติดตามจึงอยู่ที่ว่า แต่ละท้องถิ่นจะเปลี่ยนคำว่า “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ไปเป็นกระบวนการบริการแบบใด เช่น ระยะเวลาตอบเรื่องร้องเรียน ช่องทางติดตามงาน หรือการแจ้งความคืบหน้าแก่ประชาชน
โจทย์ที่สี่ ผู้บริหารต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน
อีกประเด็นที่ผู้ว่าฯ ระบุ คือ ผู้บริหารต้องเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารองค์กร
แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุว่า มีระบบหรือเทคโนโลยีใดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลพบุรีจะต้องนำมาใช้เพิ่มเติม หรือมีเป้าหมายบริการออนไลน์ใดที่จะถูกผลักดันร่วมกันทั้งจังหวัด
ดังนั้น ตอนนี้จึงควรมองประเด็นนี้เป็น แนวทางการทำงาน มากกว่าข้อสรุปว่าบริการของท้องถิ่นกำลังถูกยกระดับเป็นดิจิทัลแล้ว
จาก 88 ตำแหน่ง ถึงสิ่งที่ประชาชนควรจับตา
การมอบแนวทางให้ผู้บริหารเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนี้ สิ่งที่น่าติดตามมากกว่าคำว่า “ธรรมาภิบาล” หรือ “บูรณาการ” คือ เมื่อผู้บริหารทั้ง 88 รายเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว ประชาชนในแต่ละพื้นที่จะเห็นอะไรเปลี่ยนไป
- เรื่องร้องเรียนเร็วขึ้นหรือไม่
- โครงการของท้องถิ่นเปิดข้อมูลชัดขึ้นหรือไม่
- การประสานกับหน่วยงานอื่นลดขั้นตอนลงหรือไม่
- และบริการออนไลน์ช่วยให้ประชาชนเดินทางไปสำนักงานน้อยลงหรือไม่
เพราะท้ายที่สุด นโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางจะวัดผลได้ชัดที่สุดจากประสบการณ์ของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการจริง
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




