รบพิเศษลพบุรี “พร้อมออกช่วย” รับฝนหนัก–น้ำป่า แต่ข่าวต้นทางยังไม่บอกว่ามีกำลังและอุปกรณ์เท่าไร

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ ตรวจความพร้อมกองร้อยช่วยเหลือประชาชน ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย หลังฝนตกสะสมเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่า ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุลพบุรีมีโอกาสเกิดฝนหนักมากบางแห่ง และ ปภ.ลพบุรียังให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำถึง 30 กันยายน แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่ระบุจำนวนกำลังพล เรือ รถ หรือพื้นที่ที่จะวางกำลังล่วงหน้า
วันที่ 25 กันยายน 2569 กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ตรวจสภาพความพร้อม กองร้อยช่วยเหลือประชาชน เพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลพบุรี หลังมีฝนตกหนักและฝนสะสมต่อเนื่อง
พันโท กิติศักดิ์ โสวจัสสตากุล ผู้บังคับกองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ เป็นประธานการตรวจ โดยหน่วยระบุว่าได้เตรียม กำลังพล ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย ให้อยู่ในสภาพพร้อมเข้าปฏิบัติงานหากได้รับการร้องขอหรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
จังหวะการตรวจความพร้อมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสถานการณ์รองรับ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า ช่วง 25–27 กันยายน ภาคกลางยังมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง และพยากรณ์ประจำวันระบุ จังหวัดลพบุรี อยู่ในกลุ่มที่อาจมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ตอนนี้ลพบุรีมีพื้นที่ไหนถูกเตือนเรื่องน้ำโดยตรง?
ก่อนหน้าการตรวจความพร้อมของทหาร 2 วัน ปภ.ลพบุรีออกประกาศให้ อำเภอลำสนธิและอำเภอชัยบาดาล เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 23–30 กันยายน พื้นที่ที่ระบุเจาะจงในประกาศคือ ต.หนองรี อ.ลำสนธิ และ ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล
จากการประเมินมวลน้ำที่เคลื่อนลงมาจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ต้องแยกข้อมูลสองส่วนออกจากกันให้ชัด ปภ.ระบุพื้นที่เฝ้าระวัง แต่ข่าวของกองพันรบพิเศษวันที่ 25 กันยายน ไม่ได้ระบุว่าได้ส่งกำลังไปประจำอยู่ที่หนองรีหรือหนองยายโต๊ะแล้ว ข้อมูลที่ยืนยันได้ในตอนนี้คือ หน่วยอยู่ในระดับเตรียมพร้อมเพื่อเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ ไม่ใช่ข่าวว่ามีการเข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
ทำไมต้องเป็น “กองร้อยช่วยเหลือประชาชน”?
การเตรียมกำลังครั้งนี้อยู่ภายใต้นโยบายศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ซึ่งกำหนดให้หน่วยทหารเตรียมกำลังและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดสาธารณภัย สำหรับกองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ ข่าวต้นทางเรียกชุดกำลังนี้ว่า “กองร้อยช่วยเหลือประชาชน”
บทบาทในสถานการณ์น้ำจึงไม่ใช่ภารกิจทางทหารในความหมายการรบ แต่เป็นการนำกำลังคน ยานพาหนะและทรัพยากรของหน่วยมาสนับสนุนงานบรรเทาสาธารณภัยตามการประสานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่กองกำลังลักษณะนี้สามารถมีประโยชน์มากในภาวะน้ำท่วมคือ การเข้าพื้นที่ที่การเดินทางปกติทำได้ยาก การขนย้ายประชาชนและสิ่งของ รวมถึงการสนับสนุนกำลังคนในภารกิจเร่งด่วน แต่ในกรณีลพบุรีครั้งนี้ ข่าวยังไม่ได้แจกแจงว่า ภารกิจใดถูกวางไว้เป็นหลัก จึงยังไม่ควรเติมเองว่าเตรียมเพื่อใช้เรือ รับผู้ป่วย หรือขนถุงยังชีพ หากไม่มีข้อมูลยืนยัน
ฝนรอบนี้ยังไม่จบวันที่ทหารตรวจความพร้อม
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุวันที่ 25 กันยายนว่า ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากระบบที่ทำให้เกิดฝนหนัก โดยช่วง 25–27 กันยายน ภาคกลางมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง พยากรณ์ประจำวันของภาคกลางระบุลพบุรีร่วมกับนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม เป็นพื้นที่ที่อาจมี ฝนตกหนักมากบางแห่ง
จุดนี้สำคัญเพราะความเสี่ยงของน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝนที่ตกในบ้านของเราอย่างเดียว พื้นที่ต้นน้ำหรือพื้นที่ใกล้เคียงอาจมีฝนหนักจนทำให้ระดับน้ำในลำห้วย คลอง หรือแม่น้ำเปลี่ยนในภายหลังได้ จึงต้องติดตามทั้ง ฝนที่กำลังตก และ ระดับน้ำที่กำลังเคลื่อนมา พร้อมกัน
ถ้าเกิดน้ำขึ้นจริง จะเรียกทหารได้โดยตรงไหม?
สำหรับประชาชน ช่องทางฉุกเฉินที่ ปภ.ลพบุรีประกาศไว้คือ สายด่วน ปภ. 1784 รวมถึงช่องทางของ ปภ.จังหวัด 036-700199 089-9696768 081-9218691
เมื่อสถานการณ์ต้องใช้กำลังหรือเครื่องมือเพิ่มเติม การประสานหน่วยทหารเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน สำหรับผู้ประสบเหตุ สิ่งสำคัญที่สุดคือ แจ้งพิกัด จำนวนคน และลักษณะความเร่งด่วนให้หน่วยงานในพื้นที่ทราบโดยเร็ว
จาก “พร้อมช่วย” ถึง “ช่วยได้ทัน” ต่างกันตรงไหน?
การตรวจรถ ตรวจอุปกรณ์ และจัดกำลังให้พร้อมเป็นขั้นแรก แต่การช่วยประชาชนได้ทันเวลายังขึ้นกับอีกหลายเรื่อง เช่น ได้รับข้อมูลพื้นที่เร็วหรือไม่ รู้ว่าหมู่บ้านไหนกำลังถูกตัดขาดหรือไม่ เส้นทางเข้าพื้นที่ยังผ่านได้หรือไม่ หน่วยงานรู้หรือไม่ว่ามีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือเด็กอยู่จุดใด และกำลังจากหลายหน่วยถูกส่งไปซ้ำพื้นที่เดียวกันหรือกระจายได้เหมาะสมหรือไม่
นี่จึงเชื่อมกลับไปยังสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเน้นก่อนหน้านี้ว่า “การสื่อสาร” เป็นหัวใจของการรับมือวิกฤต เพราะต่อให้มีรถและกำลังพร้อม หากข้อมูลว่าคนเดือดร้อนอยู่ที่ไหนเดินทางช้า ทรัพยากรก็อาจไปไม่ถึงจุดที่ต้องการเร็วพอ
ตอนนี้คนลพบุรีควรเข้าใจสถานการณ์อย่างไร?
ดังนั้น สำหรับประชาชน สิ่งสำคัญยังคงเป็นการดู ประกาศระดับพื้นที่ของตัวเอง ส่วนสำหรับหน่วยงาน สิ่งที่ต้องพิสูจน์หากสถานการณ์เกิดขึ้นจริงคือ— จากคำว่า “พร้อมสูงสุด” จะเปลี่ยนเป็น “ถึงประชาชนได้ทัน” เร็วแค่ไหน
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมอุตุนิยมวิทยา / สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




